ความสูญเสียจากอุบัติเหตุบิ๊กไบค์บนท้องถนน ไม่ว่าจะเกิดกับผู้ขับขี่เองหรือเป็นต้นเหตุสร้างความเสียหายให้แก่ผู้อื่น ที่ระยะหลังปรากฏเป็นข่าวบ่อยครั้งนี่เองทำให้กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม จำต้องหาแนวทางป้องกันด้วยการแยกใบขับขี่บิ๊กไบค์กับมอเตอร์ไซค์ตลาดเสียให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
ล่าสุด ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพิ่งมีมติเห็นชอบให้กรมการขนส่งทางบกปรับปรุงแก้ไขร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอและการออกใบอนุญาตขับรถและการขอต่ออายุ และการอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ พ.ศ. 2548 ไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และจะมีผลบังคับใช้ในปีหน้า
"การปรับปรุงแก้ไขร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าว ถือเป็นการควบคุมตัวรถในแต่ละขนาดกำลัง ซีซี ของเครื่องยนต์ รวมถึงการกำหนดวุฒิภาวะในการรับผิดชอบของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ เพื่อการป้องกันอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์บนท้องถนน"
สนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก แจกแจงเหตุผลที่ต้องแยกสอบใบขับขี่รถบิ๊กไบค์กับมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็ก โดยรถบิ๊กไบค์ที่ว่านี้จะต้องมีขนาดกำลังเครื่องยนต์เกิน 400 ซีซีขึ้นไป ขณะที่ผู้ขับขี่ที่จะขอสอบใบอนุญาตจะต้องเข้ารับการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ รวมถึงต้องมีความรู้ความเข้าใจกฎหมายจราจร และมีทักษะในการขับรถบิ๊กไบค์
การแก้กฎหมายแยกใบขับขี่บิ๊กไบค์ ในสายตาสิงห์มอเตอร์ไซค์ ตอนนี้ดูเหมือนไม่แฮปปี้เอาเสียเลย แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ในเมื่อมีตังค์อยากขี่บิ๊กไบค์ และถ้าเห็นว่าฝีมือถึงขั้น การอัพเกรดสอบใบขับขี่ใหม่ก็ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัว ในขณะที่ชมรมหรือสมาคมบิ๊กไบค์ที่ชื่นชมความแรงและรักการเดินทางท่องเที่ยวด้วยรถขนาดใหญ่หลายๆ กลุ่ม ต่างขานรับกับมาตรการนี้เป็นอย่างดี เพราะการแยกใบขับขี่บิ๊กไบค์ ก็เพื่อความปลอดภัยของทุกคนบนท้องถนน ไม่ใช่เฉพาะเจ้าของบิ๊กไบค์คนเดียว
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก บอกว่า การแก้กฎหมายก็เพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมาย ส่วนกรณีผู้ขับขี่มีใบขับขี่รถจักรยานยนต์เดิมแล้วมีรถบิ๊กไบค์ ก็ต้องเข้ามาฝึกอบรมทั้งทฤษฎีและปฏิบัติเพิ่มเติมเช่นกัน ก่อนที่จะได้รับใบขับขี่ใหม่และถือใบเดียวเท่านั้น ไม่ต้องมี 2 ใบ
สำหรับหลักสูตรการอบรมจะมีการเพิ่มชั่วโมงการอบรมมากขึ้น มีการปรับข้อสอบข้อเขียนที่เพิ่มเกี่ยวกับกฎหมายจราจร กฎหมายรถยนต์ กฎหมายขนส่ง การบำรุงรักษาเครื่องยนต์ และเครื่องหมายจราจร ซึ่งปัจจุบันผู้มาขอรับใบขับขี่ต้องสอบข้อเขียน 50 ข้อ และต้องสอบผ่าน 45 ข้อ ส่วนอายุต้องมีเกณฑ์ 18 ปีขึ้นไป เพราะรถมีขนาดใหญ่ขึ้น ต่างจากเดิมผู้ขอรับใบขับขี่รถจักรยานยนต์อายุ 15 ปี ก็สามารถมาทำใบขับขี่ได้แล้ว
อย่างไรก็ดี ช่วงที่การแยกใบขับขี่บิ๊กไบค์ยังไม่มีผลบังคับใช้ บนท้องถนน ณ เวลานี้ ก็ถือว่ายังมีผู้ขับขี่รถบิ๊กไบค์ที่ยังไม่มีความชำนาญอยู่มากพอสมควร แต่จากการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการขับขี่บิ๊กไบค์ พบว่าเว็บไซต์หลายๆ แห่งมีการนำเสนอข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนซิ่งที่ต่างกันไป