พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับนายรัตนะ เฮง ผู้ต้องหาชาวกัมพูชารายนี้ เป็นเจ้าของหรือแอดมินเว็บไซด์ Ratstas.com ที่มีการผลิตและนำเข้าสู่ระบบบิดเบือนสร้างข่าวปลอมว่าท่านนายกรัฐมนตรีไล่คนไทยไปเติมน้ำเปล่าแทนน้ำมันที่ราคาแพง ทาง บก.ปอท.ได้สืบสวนสอบสวนจนออกหมายจับนายรัตนะ เฮง และ นายหลุยส์ ชาวกัมพูชา ร่วมกับผลิตข่าวปลอมและนำเข้าสู่ระบบคอมพ์ฯ
พร้อมกับได้ออกหมายเรียกคนไทย จำนวน 6 ราย ที่เป็นผู้แชร์ข่าวปลอมจากเว็บไซด์ดังกล่าว ทางพนักงานสอบสวนได้เรียกและนำตัวนายรัตนะ เฮง และคนไทย 6 คน มาพบเพื่อไปส่งให้อัยการพร้อมสำนวนคดีให้ดำเนินการตามขึ้นตอนตามกฎหมายต่อไป
สำหรับตัวนายรัตนะ เฮง ผู้ดูแลเว็บไซด์ Ratstas.com ที่มีการผลิตและนำเข้าข่าวปลอมมาแล้วหลายครั้ง ยังคงยืนยันคำให้การเดิมว่านายหลุยส์ที่เรากำลังเร่งหาตัวมาดำเนินคดีเป็นคนทำข่าวปลอมต่างๆ ที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเว็บไซด์Ratstas.com ได้ทำข่าวปลอมมาแล้วหลายครั้งเช่น ข่าวนายกฯ ไล่ไปเติมน้ำแทนน้ำมันแพง ข่าวทีมหมูป่าติดถ้ำเสียชีวิต ข่าวที่ใช้โลโก้ปลอมของสำนักข่าว NEWS ล่าสุดข่าวปลอมที่ระบุว่าเก๋ ลาเดอเลอร์ มีผลเลือดเป็นบวก สาเหตุติดเอดส์จากพระเอกหนุ่ม ปั่นจั่น ปัทมะ ซึ่งเป็นข่าวปลอมทั้งสิ้น ทำขึ้นเพื่อหวังเงินค่าโฆษณา กับเรียกยอดคนดู แต่คดีเหล่านี้เป็นความผิดหมิ่นประมาท บก.ปอท.ได้ส่งต่อให้ สน.ท้องที่เกิดเหตุรับไปดำเนินการแล้ว
สำหรับนายรัตนะ เฮง อ้างว่าเว็บไซต์ดังกล่าวจดในนามของตนจริง ซึ่งการเปิดสมัครเว็บไซต์ที่ประเทศกัมพูชาจำเป็นต้องมีการยืนยันตัวบุคคลด้วยเลขหน้าบัตรเครดิต แต่เพื่อนที่ชื่อหลุยส์เป็นผู้ขอให้เปิดเว็บไซต์ดังกล่าวให้ ทั้งยังอ้างว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบ และกล่าวขอโทษกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่สร้างความเสียหายให้กับทางรัฐบาล จากการตรวจสอบประวัติการเงินพบว่ามีรายได้เข้าบัญชีของนายรัตนะ ซึ่งเป็นเงินที่ได้จากการที่มีคนกดไลค์ กดแชร์ติดตามข่าวสาร รวมทั้งพบบทสนทนาระหว่างนายหลุยส์กับนายรัตนะพูดคุยกัน โดยที่นายหลุยส์ขอให้นายรัตนะ ทำการปิดเว็บไซต์หลังถูกทางการไทยติดตาม
ปอท.ได้ตรวจสอบเว็บไซต์ดังกล่าวทราบว่าจดทะเบียนโดยนายรัตนะ เฮง ชาวกัมพูชา และมีการสร้างข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยรอบปีนี้มีการนำข้อมูลอันเป็นเท็จถึง 3 ครั้ง มีการบิดเบือนข้อมูลการสัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี 1 ครั้ง บิดเบือนด้านนโยบายรัฐบาล 1 ครั้ง และโจมตีการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจใน จ.นครราชสีมาอีก 1 ครั้ง ซึ่งข้อมูลที่เผยแพร่ออกไปทางโซเชียลถูกส่งต่อออกไปเป็นจำนวนมาก การบิดเบือนข้อมูลของนายรัตนะกระทบต่อความมั่นคงและความเชื่อมั่นของรัฐบาล รวมถึงตัวของนายกรัฐมนตรี และส่งผลถึงปัญหาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ จึงต้องเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีอาญาให้เร็วที่สุด
ทางด้านพ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ได้ฝากเตือนผู้ใช้โซเชียลว่า การรับและส่งข้อมูลทางโซเชียลต้องรอบคอบคิดให้ดีก่อนส่งหรือแชร์ต่อ ควรตรวจสอบว่ามีความจริงมากน้อยเพียงใด สามารถตรวจสอบว่าเป็นข่าวจริงน่าเชื่อถือมากแค่ไหน ด้วยการเปรียบเทียบกับสำนักข่าวหลักๆ ที่น่าเชื่อถือ และเพจของทางราชการ ดูว่าข่าวเหล่านั้นมันจริงหรือเท็จ อย่ารีบร้อนส่งต่อ ความผิดตาม พรบ.คอมพ์ ม.14(5) เป็นการส่งต่อข้อมูลที่เป็นความผิดตาม พรบ.คอมพ์ฯ อัตราโทษคนแชร์ข่าวปลอมมีอัตราโทษสูงเท่ากับคนนำเข้าสู่ระบบ คือ จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าคิดอะไรไม่ออกก็ลองเข้าไปคนข้อมูลข่าวจากกลูเกิ้ล ก่อนจะแชร์ข่าวต่อไป