กองปราบปราม วันนี้ (14 กันยายน) พ.ต.อ.วรายุทธ สุขวัฒน์ รองผู้บังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (รอง ผบก.ปปป.) เปิดเผยว่า การประชุมร่วมของคณะพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เช้าวันนี้ สืบเนื่องจากกองบังคับการกองปราบปราม และบก.ปปป. ร่วมเป็นคณะทำงานพิจารณาสำนวนการสอบสวนคดีฟอกเงินที่เกี่ยวกับทุจริตเงินทอนวัด ซึ่งสำนักงานงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รับดำเนินคดี โดยมีวัดที่เข้าข่ายความผิด ล็อตที่ 1 จำนวน 12 วัด ล็อตที่สอง จำนวน 23 วัด และล็อตที่ 3 จำนวน 10 วัด
นอกจากนั้นคณะพนักงานสอบสวน ยังจะพิจารณาสำนวนคดีอาญา คดีทุจริตเงินทอนวัดล็อต 3 จำนวน 10 วัด ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งกลับมาที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
ส่วนคดีเงินทอนวัดล็อต 4 นั้น พ.ต.อ.วรายุทธ เปิดเผยว่า ณ ตอนนี้มีความชัดเจนแล้ว 44 วัด แบ่งเป็น ภาคเหนือ 15 วัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4-5 วัด ภาคตะวันออกและภาคกลาง 20 วัด ภาคใต้ 6-7 วัด ขณะนี้อยู่ในชั้นการพิจารณาของ บก.ปปป.หากสรุปสำนวนแล้ว จะแจ้งให้ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) มาร้องทุกข์กล่าวโทษ ต่อไป
ภายหลังการประชุม พ.ต.อ.วรายุทธ เปิดเผยว่าที่ประชุมมีความเห็นสั่งฟ้องคดีฟอกเงิน จำนวน 5 คดีเหลืออีก 3 คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาสำนวนซึ่งมีความคืบหน้า 80 - 90% แล้ว โดยกลุ่มผู้ต้องหาสำคัญประกอบไปด้วยฆราวาส และอดีตพรพระสงฆ์ 3 วัดดังกรุงเทพฯ คือ วัดสระเกศ วัดสัมพันธวงศ์ และวัดสามพระยาโดยตำรวจส่งสำนวนคดีให้กับอัยการ กองคดีทุจริต เรียบร้อยแล้ว