ครูหนิงบอกว่า โรคสมาธิสั้นจะเริ่มเป็นตั้งแต่เด็ก ถ้าไม่รักษาต่อมาก็ยังเป็นอยู่ / โรคนี้เกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมองส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการใช้ชีวิต ประกอบกับปัจจัยแวดล้อมคือ ครอบครัว สังคม โรงเรียน ทำให้คนคนนึง สร้างบุคลิกของตัวเองขึ้นมาเพื่อเอาตัวรอดในสังคม
เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นจะเริ่มสังเกตได้ตอนอายุ 7-12 ปี มีสัญญาณเตือน 3 เรื่องใหญ่ๆ ใครเป็นพ่อเป็นแม่ต้องสังเกตให้ลูกให้ดี 1 เด็กมีอาการ ยุกยิกๆ อยู่ไม่สุข วอกแวกตลอดเวลา 2 อาการเคลื่อนไหวมากเกินปกติ ถ้าว่างต้องเอาเท้าเคาะพื้น นิ้วมือเคาะโต๊ะ นั่งๆกินข้าวอยู่ก็จะเลื้อยลงกับพื้น เดี๋ยวแป๊ปๆก็ลุกขึ้นยืน คือนั่งนิ่งๆไม่ได้เลย ถ้าเทียบกับเด็กวัยเดียวกันนะ 3 มีลักษณะหุนหันพลันแล่น ยับยั้งการกระทำตัวเองไม่ได้ เช่น เห็นลูกหมาเดินอยู่ใกล้ ก็เดินไปดึงหูมัน คือทั้งๆที่รู้ว่าไม่ควรเพราะอาจจะไม่ปลอดภัย แต่มันห้ามตัวเองไม่ได้
ถ้าอยู่ที่โรงเรียน ครูก็สังเกตได้เหมือนกัน เช่น เวลาครูสั่งงาน เด็กที่เป็นสมาธิสั้นเนี่ยเค้าจะไม่รู้เลยว่าจะเริ่มเขียนงานยังไง เข้าใจนะแต่เริ่มไม่ได้ บางคนก็จะชอบลืมของ ของที่ต้องเตรียมมาทุกวัน ทั้งๆที่มีคนเตือนแล้วก็ลืมอยู่ดี อาการแบบนี้ถ้าปล่อยไว้ไม่รักษา สุดท้ายเค้าก็จะเป็นคนที่ไม่สามารถทำตามกฎกติกาของสังคมได้ ขาดความมั่นใจ นี่คือปัญหาหนักเลย
พอเข้ากับใครไม่ได้ ก็ต้องมาดูว่าสังคมปฏิบัติกับเค้ายังไง ลงโทษเค้าหนักมั้ย หรือทำเป็นไม่สนใจ ต่อให้ทำแบบไหนเค้าก็เปลี่ยนตัวเองไม่ได้ คนพวกนี้ก็จะมีกลไกของตัวเอง เรียกว่ากลไกในการป้องกันตัวเอง เค้าจะเริ่มสร้างโลกของตัวเองขึ้นมา เป็นโลกใหม่ของเค้าเอง โลกที่เค้าคิดว่าเค้าไม่ผิด เค้าถูกทุกอย่าง คือคนพวกนี้จะมีทักษะเจรจาที่ดีอยู่แล้วก็จะหาวิธีที่ทำให้สังคมชื่นชม เค้าจะระแวงตลอดเวลา ใครมาทำอะไรที่เค้าไม่พอใจก็จะตอบโต้ เค้าไม่ค่อยกลัวอะไร ชอบเรื่องท้าทาย อาจจะสร้างโปรไฟล์ให้ตัวเองดูดีเพราะที่ผ่านมาถูกคาดหวังไว้ หรือพ่อแม่อยากให้เป็น เค้าจะคิดว่าสิ่งที่เค้าทำอยู่เป็นเรื่องสนุก
ถ้าปล่อยไปนานๆ จากอาการสมาธิสั้น จะกลายเป็นอาการประสาท แล้วก็อาจลุกลามไปเป็นอาการจิตเวชเมื่อเริ่มเห็นภาพหลอน แล้วสุดท้ายก็จะกลายเป็นอาชญากรได้