นักอาชญาวิทยาชื่อดัง ร้อยตำรวจเอก ดอกเตอร์ จอมเดช ตรีเมฆ อธิบายว่า "เทคนิคในการแก้ตัว" เป็นความเชื่อรูปแบบหนึ่งที่ทำให้คนคนหนึ่งเห็นด้วยกับการละเมิดกฎหมายมากกว่าการปฏิบัติตามกฎหมาย โดยผู้กระทำผิดบางประเภทที่มีความเชื่อแบบนี้ จะประกอบอาชญากรรมก็ต่อเมื่อได้พัฒนาเหตุผลหรือข้อแก้ตัวในการกระทำผิดนั้นเรียบร้อยแล้ว ทำให้ผู้กระทำมีความรู้สึกว่า แม้ว่าเรื่องที่ทำจะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่ก็สามารถยอมรับได้เทคนิคแบบนี้มี 5 อย่าง คือ การปฏิเสธความรับผิดชอบ การปฏิเสธความเสียหายที่เกิดขึ้น โยนความผิดให้เหยื่อ ประณามบุคคลอื่น และโยนความรับผิดชอบให้บุคคลอื่น จะเห็นได้ว่าคำแก้ตัวแบบนี้เรามักคุ้นๆ กันดีอยู่อาจารย์จอมเดช สรุปว่า การที่ใครก็ตามใช้ "เทคนิคในการแก้ตัว" เพื่อกระทำความผิด ไม่ได้หมายความว่าคนผู้นั้นปฏิเสธกฎระเบียบของสังคม แต่เป็นการใช้เทคนิดนี้เพื่อทำให้ตนเองมีความรู้สึกว่าไม่ได้กระทำผิดกฎหมาย หรือมีความรู้สึกว่าไม่ได้เป็นคนชั่วร้าย คนที่ใช้เทคนิคนี้ไม่ได้มีเฉพาะอาชญากรใจโหดเท่านั้น แต่เด็กๆ และเยาวชนก็ใช้ในการกระทำผิดบางอย่างเช่นกัน
ฉะนั้นหากผู้กระทำ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน คิดว่าสิ่งที่ทำไม่ใช่การกระทำที่เลวร้ายในทัศนคติของเขาแล้ว การยอมรับในพฤติกรรมเบี่ยงเบนอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถพัฒนาไปเป็นพฤติกรรมของอาชญากรได้ในอนาคนี่คือความน่ากังวลของพฤติกรรมเบี่ยงเบน ที่บางคนอาจจะบอกว่าเป็นพฤติกรรมเพี้ยนๆ ซึ่งแน่นอนว่าหลายเรื่องมาจากความผิดปกติทางสมอง ทางร่างกาย และการเลี้ยงดู ตลอดจนการปลูกฝังความเชื่อผิดๆ บางอย่างให้กับเด็ก วิธีแก้คงต้องศึกษาเป็นกรณีๆ ไป เพื่อหยุดยั้งไม่ให้คนกลุ่มนี้สร้างความเสียหายมากกว่าที่เป็นอยู่