(10 ก.ย. 2561) จากกรณีสำนักคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ออกประกาศเรื่อง การถ่ายโอนภารกิจให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตรวจสอบการนำเข้าสินค้าอาหารเกษตรนั้น วันนี้เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคเดินทางทางศาลปกครอง เพื่อฟ้องร้องคดี
นางสาวบุญยืน ศิริธรรม นายกสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค บอกว่า ขั้นตอนการออกประกาศดังกล่าวปราศจากอำนาจและก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้บริโภค เนื่องจากการตรวจสอบสินค้าเกษตรและอาหารของหน่วยงานมนสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำการตรวจเพียงเอกสารที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้เก็บตัวอย่างสินค้าที่ขออนุญาตนำเข้าไว้ตรวจสอบดังเช่นการตรวจสอบของ อย.
เดิมที่การตรวจสอบการนำเข้าสินค้าเกษตรและอาหารที่นำเข้ามาในประเทศไทยนั้น อย.มีการประกันคุณภาพที่ด่านตรวจที่มีขั้นตอนการเก็บตัวอย่างสินค้าที่ขออนุญาตนำเข้าไว้ตรวจสอบ ก่อนที่จะอนุญาตให้นำเข้ามาวางจำหน่าย เพื่อให้ได้สินค้าเกษตรและอาหารที่ปลอดภัยสู่ผู้บริโภค
นางสาวบุญยืน บอกว่า หลังจากมีการออกประกาศดังกล่าว มีการนำเข้าปลาตาเดียวหรือปลาฮิราเมะ จากจังหวัดฟุกุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น ที่มีการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี จากนิวเคลียร์เข้ามาในประเทศไทย โดยเจ้าหน้าที่หน่วยงานสังกัดของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตรวจสอบเพียงเอกสารที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ไม่มีการเก็บตัวอย่างปลาไว้ตรวจสอบแต่อย่างใด แต่กลับปัดให้ อย. ไปตรวจสอบหากมีปัญหาเมื่อสินค้าออกสู่ตลาดแล้ว ซึ่งถือว่าขั้นตอนการตรวจสอบและการคุ้มครองผู้บริโภคถูกลดทอนลงอย่างชัดเจนเมื่อมีการถ่ายโอนภารกิจ
ด้านนางสาวกรรณิการ์ กิจติเวชกุล อนุกรรมการด้านอาหาร ยา หรือผลิตภัณฑ์สุขภาพ คณะกรรมการองค์การอิสระเพือการคุ้มครองผู้บริโภค (คอบช.) บอกว่า เมื่อประกาศการถ่ายโอนภารกิจในการตรวจสอบสินค้าเกษตรและอาหารมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2559 ได้ทำหนังสือสอบถามไปยัง อย. และกระทรวงเกษตรฯ ทั้งสิ้น 4 ฉบับ แต่ทาง อย. ไม่เคยตอบกลับมา ส่วนสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตร ตอบกลับมาเพียง 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2560 ในประเด็นการแก้ไข พระราชบัญญัติอาหาร แต่ไม่ตอบเรื่องวิธีปฏิบัติงานตามประกาศดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าหน่วยงานของรัฐ ไม่ได้ใส่ใจต่อข้อเสนอแนะขององค์กรผู้บริโภค
หากสินค้านำเข้าที่ไม่ปลอดภัยได้แพร่กระจายไปทั่วประเทศ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแก้ไขปัญหา การถ่ายโอนโยกย้ายภารกิจสร้างความสับสนในการทำงานระหว่างหน่วยงานของรัฐด้วยกันเอง สุดท้ายผลกระทบก็มาตกอยู่กับประชาชน
ไม่เพียงเท่านั้นกระทรวงเกษตรฯ ยังพยายามผลักดันการแก้ พ.ร.บ.อาหารที่ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของตนเพื่อเอื้อธุรกิจ ทั้งที่ พ.ร.บ.อาหาร ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภค ดังนั้น เครือข่ายผู้บริโภคจึงตัดสินใจ พึ่งศาลปกครอง เพื่อเพิกถอนประกาศดังกล่าวให้มาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภคไม่ให้แย่ไปกว่านี้