รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน เดินทางมาติดตาม ความคืบหน้าคดี นายวัลลภ ห้วยหงษ์ทอง ผู้ต้องหา ในคดีใช้อาวุธปืนยิงนางสาวนภธร กนกเกษมโสภณ หรือ น้องเนิส ชาวจ.นครปฐม จนเสียชีวิตภายในรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ ทะเบียนป้ายแดง เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ สภ.เมืองนครปฐม ร่วมกับทีมสืบสวนสอบสวน เพื่อกำชับการเร่งรัด ติดตาม และให้แนวทางในการทำคดี
โดยพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ บอกภายหลังว่า ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนกำลังติดตามตัวผู้ต้องอยู่ โดยได้แบ่งกำลังชุดสืบสวนออกเป็น3ชุด ทั้งของภูธรภาค7 ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม และตำรวจเมืองนครปฐม และทราบแล้วว่า ผู้ต้องหาอยู่ที่ใด และยังอยู่ในพื้นที่ของตำรวจภูธรภาค7 และยังไม่ได้หลบหนีออกนอกประเทศ แต่เปิดเผยรายละเอียดไม่ได้
และแม้จะทราบว่าผู้ต้องหาอยู่ที่ใด ก็อาจจะติดขัดปัญหาบ้าง เพราะแต่เมื่อจะเข้าจับกุม ผู้ต้องหาเคลื่อนย้าย เพราะมีพฤติการณ์หลบหนีอยู่แล้ว จึงทำให้ยังไม่สามารถจับกุมตัวได้
ทั้งนี้มีผู้ที่เกี่ยวข้อง เป็นกลุ่มเครือญาติติดต่อเข้ามาแจ้งว่าผู้ต้องหาต้องการมอบตัว แต่ก็ยังไม่ได้เข้ามา ทั้งนี้ยืนยันว่า การติดต่อเข้ามอบตัวไม่มีเงื่อนไขใดๆ ตำรวจดำเนินการตามกฎหมาย และคดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ และอยู่ในความสนใจของประชาชน จึงได้กำชับให้ทำคดีไปอย่างรอบคอบรัดกุมรอบคอบและนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว และ คิดว่าจะมีความคืบหน้าเร็วๆนี้ ส่วนมูลเหตุจูงใจยังเป็นปมชู้สาว
พล.ต.อ.ยืนยันว่า นายวัลลภ ไม่ได้เป็นผู้มีอิทธิพล ส่วนอาชีพปล่อยเงินกู้ ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่นั้น เป็นกระบวนการสอบสวนที่ต้องดำเนินการต่อจากนั้น พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุด้วย
ด้านหนึ่งในผู้ที่ได้ยินเสียงปืนวันเกิดเหตุ เล่าให้ฟังว่า เวลาประมาณ 02.55น. ได้ยินเสียงปืนประมาณ 3นัด จึงเปิดหน้าต่างมาดู ก็พบรถของผู้เสียชีวิตจอดติดเครื่องอยู่คัดเดียว และมองเห็นว่าขณะนั้นเสียชีวิตแล้ว แต่ไม่พบรถของผู้ก่อเหตุ จึงได้โทรแจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบ
สำหรับแนวทางการสืบสวน จากการตรวจสอบพฤติการณ์ของคนร้าย จากกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุตรวจทั้งหมด 6 จุด โดยในคลิปที่ชุดสืบสวนมี เห็นถึงวินาทีที่คนร้าย ขับรถประกบผู้ตายเพื่อเจรจาเรื่องความสัมพันธ์ แต่ไม่สามารถตกลงกันได้จึงก่อเหตุดังกล่าว จนกระทั่งเส้นทางหลบหนีหลังก่อเหตุ และยังตรวจสอบกล้องวงจรปิดอื่นๆได้อีกด้วย