แต่ล่าสุดพื้นที่เหล่านี้ถูกกรมที่ดินเพิกถอนสิทธิ์ทั้งหมดแล้ว เนื่องจากพบว่ามีการนำ ส.ค.1 จากที่อื่นมาสวมสิทธิ์ทับที่ดินอีกแปลง/เรียกว่าเป็นพื้นที่ไข่แดงที่อยู่ใจกลางป่า ไปพบมีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างมากมาย ทั้งบ้านพัก ถนน เขื่อนส่วนตัวปิดกันทางน้ำสาธารณะ แล้วยังมีห้างไว้ส่องยิงสัตว์ป่า เจ้าหน้าที่เตรียมดำเนินคดีอาญาหลายข้อหา และฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหาย 600 ล้านบาท กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด
ก่อนการเข้าตรวจค้นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พันตำรวจเอกไพสิฐ วงศ์เมืองและเจ้าหน้าที่ก็มีการขึ้นเฮลิคอปเตอร์สำรวจพื้นที่ก่อนเพราะพื้นที่นั้นกว้างขวางกินพื้นที่ภูเขาเป็นลูกๆ จากภาพมุมสูงจะเห็นว่ารังเย็นรีสอร์ทตั้งอยู่ใจกลางป่า เป็นพื้นที่ที่ดูแล้วก็ไม่น่าจะออกเอกสารสิทธิ์เข้าไปใช้ประโยชน์ทำกินใดๆเลย จากนั้นมีการแบ่งกำลังเข้าตรวจสอบหลักๆมีทั้งหมด 3 จุด
จุดแรกลงพื้นที่ สันเขื่อนอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่กว่า 10 ไร่ ที่อยู่ติดรีสอร์ของรังเย็นรีสอร์ท จุดที่สองไปยังบ้านชัยชนะ ที่เป็นที่พักของนายเปรมชัย มีเพียงแม่บ้านคอยดูแล ไม่พบผู้อยู่อาศัย จุดที่สาม ด้านหลังรีสอร์ทรังเย็นรีสอร์ท ที่มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่
จากการตรวจสอบพบมีการเปลี่ยนแปลงทางน้ำ ขุดลำธารให้เป็นแอ่งน้ำทำเป็นเขื่อนส่วนตัวปิดกั้นลำน้ำสาธารณะ แล้วสร้างประตูเหล็กปิดตายทางเข้า ทำให้ชาวบ้านในละแวกนั้นเข้าไปใช้ประโยชน์ไม่ได้/ ภาพถ่ายทางอากาศพบว่าถนนที่ตัดเข้าสู่ตัวรังเย็นรีสอร์ท มีสภาพคล้ายเป็นสันเขื่อนส่วนตัว นอกจากนี้ยังมีบ้านพักส่วนตัว 2 หลัง เรือนพักคนงาน , กรงเลี้ยงสัตว์ขนาดใหญ่ , ห้างส่องยิงสัตว์ ส่วนที่เหลือเป็นที่ดินที่ให้ชาวบ้านเช่าทำการเพาะปลูกเป็นการใช้นอมินีถือครองแทน
รวมพื้นที่ตรวจยึดทั้งหมดจำนวน 147 แปลง เนื้อที่ 6,229 ไร่ /โดยกรมที่ดินมีคำสั่งให้เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ดินทั้งหมดทุกแปลงของบริษัทซีพีเค ซึ่งเป็นของครอบครัวนายเปรมชัยแล้ว เนื่องจากตรวจสอบพบว่าเป็นการออก น.ส.3 ก.โดยใช้หลักฐาน ส.ค.1 จากอำเภอด่านซ้าย บินมาสวมเอกสารสิทธิ์ในอำเภอภูเรือ
ที่ดินแปลงสุดท้ายที่ถูกตรวจยึดคือ ที่ดินซึ่งเป็นตำแหน่งที่ตั้งของรังเย็นรีสอร์ท เนื้อที่ 19 ไร่เศษ หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ 4 ของ กอ.รมน. พันเอก พงษ์เพชร เกษสุภะ บอกว่า กรมที่ดินตรวจสอบแล้วพบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นที่เขาภูเขา จึงเป็นที่ดินต้องห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดิน ที่ตรงนี้เป็นไข่แดงกลางป่า เป็นไปไม่ได้ที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกกฎหมาย ในเมื่อสภาพโดยรอบมีความเป็นป่าและกรมที่ดินเพิกถอน น.ส.3 ก. ไปหมดแล้ว ดังนั้นผู้ครอบครองจึงไม่มีใครมีสิทธิ์ ทำให้ที่ดินผืนนี้กลับมาให้เป็นสมบัติของชาติอีกครั้ง
ทางด้านผู้อำนวยการสำนักป้องกันป่าและสำนักไฟป่า หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ บอกว่า ที่ดินในความครอบครองของบริษัทซี.พี.เค ถูกเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ตั้งแต่ปี 2546 แต่ยังมีการใช้ประโยชน์ในสิ่งปลูกสร้าง และเข้าเก็บเกี่ยวผลประโยชน์พืชผลทางการเกษตรอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ จึงจะดำเนินคดีอาญาและฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายไร่ละ 100,000 บาท รวมฟ้องเป็นเงิน 600 ล้านบาท