สาเหตุที่ตำรวจนครบาลเข้ามาเกี่ยวข้องสอบสวนเรื่องนี้ ก็เพราะมีบริษัทเอกชนรายหนึ่งร้องเรียนว่า มีการนำดินที่ขุดได้จากโครงการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดแยกรัชโยธิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว "บางซื่อ-สะพานใหม่-คูคต" ไปถมในที่ของเอกชน ทั้งๆ ที่ดินราวๆ 80,000 คิวที่ขุดขึ้นมา ถือเป็นสมบัติของ กทม. คือเป็นดินของทางราชการ นำไปขายต่อไม่ได้ โดยบริษัทเอกชนร้องเรียนว่า ผู้รับเหมาขนดินไปพักรอตามจุดที่ กทม.กำหนดนั้น มีตำรวจ 2 นายสังกัด สน.พหลโยธิน และ สน.วิภาวดี เป็นนายหน้า แทนที่จะขนดินไปพักรอเอาไว้ กลับนำไปขายต่อให้เอกชนที่ทำโครงการหมู่บ้านจัดสรร
แต่ข้อกล่าวหานี้ค่อนข้างสับสน เพราะมีข่าวว่า บริษัทเอกชนที่ร้องเรียน ก็ต้องการได้งานรับเหมาขนดินเช่นกัน แต่เมื่อบริษัทของตนไม่ได้งาน จึงได้ทำเรื่องกล่าวหาไปยังหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งกองบัญชาการตำรวจนครบาลด้วย จนมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมา โดยมี พลตำรวจตรี สมพงษ์ ชิงดวง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นประธาน แต่สอบมานานหลายเดือนก็ยังสรุปไม่ได้เสียที เพราะฝั่ง กทม.ในฐานะเจ้าของดิน ก็ยืนยันว่าดินไม่หายไปไหน และไม่เคยเข้าแจ้งความว่าดินหาย
ล่าสุดวันนี้ พลตำรวจตรี สมพงษ์ ได้เรียกประชุมคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อสรุปความคืบหน้าการสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้อง และการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด เบื้องต้น พลตำรวจตรีสมพงษ์ บอกกับทีมข่าวฯว่า ยังไม่ขอเปิดเผยข้อสรุปในเรื่องนี้ เพราะเอกสารและหลักฐานที่ได้รับมามีจำนวนมาก จึงต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างละเอียดก่อน แต่ยืนยันได้เพียงว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับหรือดำเนินคดีกับผู้ใด เพราะเรื่องยังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐาน