พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ภายหลังรัฐบาลกัมพูชาจับกุมผู้ต้องหาได้และนำมาส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้มอบหมายให้ตนไปรับตัวกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย ซึ่งหลังจากชุดจับกุมได้ไปเฝ้าติดตามกว่า 1 เดือน กระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ช่วงเที่ยง วันที่ 31 ส.ค. ที่ผ่านมา เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา สาเหตุที่นายอัศยา ลงมือก่อเหตุเกิดจากการทะเลาะวิวาทกัน ส่วนเรื่องทรัพย์สิน เงินสดต่างๆ ที่หายไป อยู่ระหว่างขยายผล โดยวันนี้ เวลาประมาณ 09.00 น. จะนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จัดเกิดเหตุต่อไปด้านนายอัศยา กล่าวว่า ขอโทษพ่อแม่ผู้เสียชีวิตกับสิ่งที่ทำลงไป ไม่อยากให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น มูลเหตุที่ทำให้ลงมือไม่ได้มาจากทรัพย์สิน แต่เป็นเรื่องส่วนตัวล้วนๆ หลังก่อเหตุก็ไม่ได้เตรียมการหลบหนีไว้ก่อน เพียงอยากประวิงเวลาให้ได้คิด ส่วนน้องชายไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ตนไปรับน้องชายช่วงหยุดยาว 4 วัน บอกว่าจะพาไปเที่ยว พอไปถึงกัมพูชาน้องชายสังเกตุเห็นว่าตนมีอาการวิตกกังวล น้ำตาไหล จึงสารภาพกับน้องชายไป เขาก็เป็นห่วงเราบอกจะอยู่ด้วยซักระยะหนึ่ง
"ไม้เบสบอลที่ใช้ก่อเหตุเขาเป็นคนให้ซื้อติดรถไว้ป้องกันตัว วันเกิดเหตุเขาเป็นคนถือไม้เบสบอลมาก่อน เลยมีการฉุดกระชากกัน และมันมีคำพูดที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น เขาดูถูกเราหลายๆ เรื่อง รวมไปถึงด่าทอเรื่องแฟนเก่าด่าพ่อแม่ มีหลายคำพูดที่ทนไม่ได้ เพราะทะเลาะกันทุกวัน มันถึงขีดสุดจริงๆ พอตีเขาก็สลบไปเลย ไม่มีการร้องขอชีวิต พอลงมือฆ่าผู้ตายเสร็จก็อยากฆ่าตัวตายตาม เพื่อจะจบเรื่องราวทั้งหมด ซึ่งตนคบหากับผู้ตายมาประมาณ 1 ปี และพักอาศัยอยู่ที่ห้องเกิดเหตุด้วยกันมาตลอด เนื่องจากครอบครัวผู้ตายไม่ชอบตน และมีจุดหนึ่งที่เราอึดอัดคือไม่สามารถไปเยี่ยมลูกสาวได้" นายอัศยา กล่าวนายอัศยา ให้การอีกว่า การไปใช้ชีวิตที่กัมพูชา มีความคิดที่จะมอบตัว เพียงแค่เหตุการณ์ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็ว สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมันพาไป การใช้ชีวิตก็ยาก เพราะเจ้าหน้าที่กัมพูชาก็ตรวจสอบละเอียด แต่เข้าไปแล้วก็เหมือนดวงพาไป ส่วนกรณีที่มีการระบุว่า ได้เอาเงินจำไนวน 7 ล้านบาท จากไฮโซเชอรี่ไปนั้น เรื่องนี้ก็ไม่เป้นความจริง มีเพียงเงินเก็บส่วนตัวแสนกว่าบาท ที่ติดตัวไปเท่านั้นเบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหานายอัศยา "ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และลักทรัพย์ในเวลากลางคืน" และแจ้งข้อหานายอนุวัฒน์ "ให้การช่วยเหลือผู้ซึ่งกระทำความผิดหรือผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดไม่ให้ถูกจับกุม" ก่อนนำตัวสอบสวนตามขั้นตอนต่อไป