นายทวี เทียนทอง ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานในการทำพิธี ( เสื้อเชิร์ท ขาว ) ได้เป็นผู้แปลบางคำของพ่อปู่ฤาษีตาไฟ ที่พยายามตอบคำถามของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง พร้อมกับการให้ข้อมูลต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่ได้สอบสวน ว่า ครอบครัวของเด็ก17 กำลังมีเคราะห์ โดยพ่อปู่ได้พบเจอกันโดยบังเอิญ และเมื่อเจอหน้าก็เข้าไปทักถึงเรื่องต่างๆ ที่ผ่านๆ มา ซึ่งครอบครัวของเด็ก17 ก็เชื่อ เพราะทุกสิ่งที่ทักท้วงนั้นเคยเกิดขึ้นจริง ก็เลยเชื่อใจ และตกลงที่จะทำการสะเดาะเคราะห์ตามที่พ่อปู่ฤาษีตาไฟ แนะนำ โดยได้เดินทางมารับ พ่อปู่ฤาษีตาไฟ ไปประกอบพิธีที่บ้านเกิดที่อำเภอภูสิงห์
จากนั้นก็ได้มาที่ตัวเมืองศรีสะเกษ โดยที่ผ่านๆ มา ก็จะมีเช่ารีสอร์ทในการประกอบพิธีตลอดทุกคนที่จะทำการสะเดาะเคราะห์กับ พ่อปู่ฤาษีตาไฟ และครั้งนี้ก็เช่นกัน และวันดังกล่าวก็มาเช่ารีสอร์ทในเวลา 17.00 น. ก่อนที่จะเข้าห้องทำพิธีกัน โดย พ่อปู่ฤาษีตาไฟ จะเข้าห้องเดี่ยวกับเด็ก 17 ที่เคราะห์ร้าย ส่วนตนกับลูกก็อยู่อีกห้องหนึ่ง ตลอดทั้งคืนจนรุ่งเช้า จากนั้นก็ได้นำตัวเด็ก17 ไปส่งที่บ้าน จนมาทราบเรื่องการแจ้งความว่า พ่อปู่ฤาษีตาไฟ ข่มขืนเด็ก 17 ดังกล่าว จึงได้นำตัวมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันนี้
ด้าน นายปัญญา วงศ์เจริญ ผู้ใหญ่บ้านละทาย หมู่ที่ 9 ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านของ พ่อปู่ฤาษีตาไฟ ที่เดินทางมาสถานีตำรวจพร้อมกับบรรดาญาติๆ เปิดเผยว่า ตนอยากจะให้สังคมไทยได้ดูรูปลักษณ์ของ พ่อปู่ฤาษีตาไฟ ที่ทุกคนเดือดร้อนก็มาพึ่ง ว่ามีอาการของคนพิการมากน้อยขนาดไหน สิ่งที่เห็นด้วยตาเปล่าเช่นนี้ แล้วจะมีความสามารถไปกระทำการอะไรใครได้ แม้เวลานอนลงกับพื้นเตียงแค่ไม้ไผ่หน้าบ้านตน เวลาจะลุกขึ้นยังต้องมีคนค่อยยกตัวช่วย เช่นนี้แล้วจะไปถูกแจ้งความว่า ไปทำการข่มขืนเด็ก 17 ได้เช่นไร สิ่งที่พวกตนเห็น พ่อปู่ฤาษีตาไฟ มาตลอดคือการช่วยผู้คนที่ร้อนใจมาพึ่งเย็น ทำการสะเดาะเคราะห์ให้ตลอด และสำเร็จจนชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับกัน
ส่วน พันตำรวจเอก วันปิติ พฤทธิกุล ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ในชั้นนี้เจ้าพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนช่วยกันถึง 3 คน เพื่อความรอบคอบของการสอบสวน ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย แต่ด้วยกฎหมายใหม่ หากมีการล่วงละเมิดไม่ว่าจะเป็นอวัยวะเพศ หรือทวารหนัก ก็ถือว่าเป็นการข่มขืน และด้วยเด็กอายุยังไม่ถึง 18 ปี ก็จะต้องมีความผิดอาญา แต่เบื้องต้นไม่ได้ออกหมายเรียกผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด แต่เป็นการมามอบตัวก่อน ก็น่าที่จะได้พิจารณาได้ว่าไม่มีเจตนาที่จะหลบหนีแต่อย่างใด ซึ่งภายหลังจากสอบสวนเสร็จ ก็จะต้องรอผลการตรวจทางนิติเวชมาประกอบคดี จึงจะสามารถส่งฟ้องศาลได้ ก็จะต้องใช้เวลาราว 1 สัปดาห์ คดีนี้ไม่ยุ่งยากไม่มีปัญหาอะไรซับซ้อน แต่ที่ได้รับความสนใจเพราะเกิดจากผู้พิการที่อ้างตัว เป็น พ่อปู่ฤาษีตาไฟ ที่เป็นการล่อลวงจากความเชื่อของผู้คน กลัวในสิ่งที่มองไม่เห็นจึงอาจจะกระทำตามคำสั่งก็ได้ โดยเบื้องต้นตั้ง 4 ข้อหา 1 กระทำการอนาจาร. 2 ทำการข่มขืน 4 ครั้งติดต่อ. 3 หลอกลวงพรากหญิง ไปจากผู้ปกครอง. เด็ก อายุ 15 ปี ไม่เกิน 18 ปี
จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว พ่อปู่ฤาษีตาไฟ หรือ นายสุรสิทธิ์ พละศักดิ์ อายุ 40 ปี ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดศรีสะเกษ โดยไม่ได้คัดค้านการประกันตัวแต่อย่างใด ซึ่งบรรดาญาติๆ ก็ได้ยื่นขอประกันตัวต่อศาลโดยใช้ ที่ดินของมารดาของ นายสุรสิทธิ์ พละศักดิ์ อายุ 40 ปี ซึ่งอ้างตัวเป็นพ่อปู่ฤาษีตาไฟ จำนวน 12 ไร่ ประเมินราคาได้ล้านกว่าบาท ยื่นประกันตัว