วันที่ 29 สิงหาคม 2561 ที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ พันตำรวจเอก วันปิติ พฤทธิกุล ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ ได้เรียกแฟ้มคดีหลอกข่มขืนในรีสอร์ทในเขตอำเภอเมืองศรีสะเกษ มาตรวจสอบจาก ร้อยตำรวจโทหญิง ศิรินทรา บุญธรรม ร้อยเวรสอบสวนเจ้าของคดี ที่ นายสมพร สวยงาม อายุ 47 ปี พร้อม นางวาสนา คุณสุข อายุ 45 ปี สองสามีภรรยาอยู่บ้านเลขที่ 273 บ้านโอปังโก หมู่ 6 ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ พานางสาว เอ (นามสมติ) มาที่สถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ เพื่อมาขอแจ้งความว่า นางสาว เอ ถูก นายสุรสิทธิ์ พละศักดิ์ ซึ่งเป็นคนพิการ อยู่บ้านเลขที่ 180 หมู่ 9 ตำบลละทาย อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่อ้างตัวเป็นพ่อปู่ฤาษีตาไฟ ตั้งสำนักอยู่ที่ ตำหนักปู่ฤษีตาไฟที่บ้านละทาย โดยมีข้อความประจำสำนักว่า " อย่ามองแค่ภายนอก ถ้ายังไม่รู้จักภายในเรา ภายนอกเราเป็นผ้าขี้ริ้วห่อทอง " ได้อาศัยความเชื่อหลอกข่มขืนสาว 17 ปี ภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่งบนถนนสายศรีสะเกษ - ขุขันธ์ ตั้งแต่วันที่ 26-27 สิงหาคม 2561
นายสมพร พ่อของนางสาว บี (นามสมติ) ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนมีลูกสาวอยู่ 2 คน เมื่อวันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมามี นายทวี เทียนทอง ซึ่งเป็นคนรู้จักเข้ามาทักลูกสาวของตน ว่า ตอนนี้กำลังมีเคราะห์หนัก เคราะห์ใหญ่จะต้องรีบไปทำพิธีแก้เคราะห์กับ นายสุรสิทธิ์ ที่อ้างตนว่าเป็นพ่อปู่ฤาษีตาไฟ โดยที่นายทวี ได้พยายามพูดบ่อยครั้ง จนครอบครัวนายสมพร ตกลงที่จะพากันไปทำพิธีดังกล่าว พอตกลงเสร็จนายทวี กลับเป็นฝ่ายไปรับตัวพ่อปู่ฤาษีตาไฟ มาทำพิธีให้ที่บ้านของนายทวี ซึ่งตอนแรกลูกสาวคนโตไม่เชื่อว่าตนเองจะมีเคราะห์เลย ไม่ขอทำพิธีแต่เมื่อถูกทักหลายครั้งใจอ่อนยอมตามญาติๆ รวมทั้งนางสาวเอ ลูกสาวคนเล็กก็ทำพิธีด้วย และต่อมาวันที่ 25 สิงหาคม 2561 นายสมพร พร้อมลูกสาวทั้ง 2 ก็ได้เดินทางไปทำพิธีอีกครั้ง ที่บ้านของ พ่อปู่ฤาษีตาไฟ ตามคำแนะนำของ พ่อปู่ฤษีตาไฟ ซึ่งวันนั้นก็ได้ทำพิธีจนเสร็จตามปกติ ต่อมาในวันที่ 26 สิงหาคม นายทวี พร้อมลูกสาวคนเล็กได้มารับนางสาวเอ โดยอ้างว่าจะพาไปทำพิธีอีก
แต่ครั้งนี้นายทวี ไปรับพ่อปู่ฤาษีตาไฟ คนเดิมที่บ้านโดยตกลงที่จะไปประกอบพิธีที่รีสอร์ทที่เกิดเหตุในตัวเมืองศรีสะเกษ โดยการเปิดห้องรีสอร์ท เป็น 2 ห้อง ห้องหนึ่งมีนายทวี พักรอกับลูกสาว ส่วนอีกห้อง มีพ่อปู่ฤษีตาไฟ กับ นาวสาว เอ อยู่ทำพิธีกันสองต่อสองห้ามบุคคลใดรบกวน กลัวเสียพิธี โดยผู้ที่อ้างตัวเป็นพ่อปู่ฤษีตาไฟ หรือนายสุริสิทธิ์ ใช้โอกาสนี้ข่มขืน นางสาว เอ โดยจะต้องดำเนินการให้กับ พ่อปู่ฤษีตาไฟ ทุกอย่างที่ต้องการอ้างขณะอยู่ในร่างทรง จนสำเร็จความใคร่ตามที่ต้องการ เพื่อให้เคราะห์ออกไป ถ่ายเคราะห์ไปให้ พ่อปู่ฤษีตาไฟ รับไป จากนั้นสั่งห้ามปริปากบอกใครว่าพิธีกรรมดำเนินการทำเช่นไร ไม่เช่นนั้น ผีร้ายจะกลับมาเอาชีวิต หรือโดนของไม่ดีเข้าสู่ร่างจนอาจจะต้องเสียชีวิตไป โดยเป็นคำอ้างแกมข่มขู่ของผู้ที่อ้างตนเป็น พ่อปู่ฤษีตาไฟ
เมื่อสาวเอ เดินทางถึงบ้านแล้ว พ่อแม่และพี่สาวเห็นว่า นาวสาว เอ มีพฤติกรรม ท่าทางผิดไปจากปกติ อยู่คนเดียว ไม่สนุกสนานไม่ร่าเริงเหมือนอย่างเคย เลยเข้าไปสอบถามว่าเป็นอะไร แต่ช่วงแรก น.ส.เอ ไม่ยอมตอบคำถาม แต่ภายหลังจากที่บรรดาญาติๆ ได้พยายามกล่อม และคาดคั้นจนในที่สุด น.ส.เอ ก็ยินยอมเล่าให้ฟังว่า ได้ถูก นายสุรสิทธิ์ หลอกให้สำเร็จความใคร่ให้ คล้ายการข่มขืนที่รีสอร์ทในวันนั้น โดยการอ้างเป็นการทำพิธีโดยร่างทรง พ่อปู่ฤาษีตาไฟ จากนั้นพ่อแม่ได้พา น.ส.เอ ไปตรวจร่างกาย ที่ โรงพยาบาลภูสิงห์ ซึ่งผลออกมาก็คือ น.ส.เอถูกล่วงละเมินทางเพศจริง มีร่องรอยการถูกข่มขืนจริง จึงมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรภูสิงห์ ก่อนที่จะส่งเรื่องมาต่อที่สถานที่เกิดเหตุ คือ สถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ ดังกล่าว
โดยบ่ายของวันนี้ พันตำรวจเอก วันปิติ พฤทธิกุล ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ ได้รับการตรวจสถานีจาก พลตำรวจตรี สุรเดช เด่นธรรม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ แล้ว เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นคดีที่ซับซ้อนพอสมควร โดยผู้เสียหายถูกหลอกจากเอาความเชื่อมาแอบอ้างในการรังแกผู้เสียหาย โดยการหลอกชาวบ้านที่เชื่อในเรื่องดังกล่าว โดยอาศัยความเชื่อถือในตัวบุคคลที่รู้จัก สร้างความเชื่อใจ ก่อนที่จะหลอกไปดำเนินการตามที่ตนเองและพักพวกต้องการ ได้ทั้งเงินทองจากผู้เสียหายที่เสียทั้งทรัพย์ และเสียทั้งตัว ซึ่งน่าจะเป็นคดีตัวอย่างได้เป็นอย่างดีที่อ้างความเชื่อ จากหนุ่มพิการ อ้างตัวทำมาหากินจากความเชื่อมาโดยตลอด อ้างตัวเป็น พ่อปู่ฤาษีตาไฟ ซึ่งในโลกยุค 4.0 ไม่น่าที่จะเกิดในไทยเรา ซึ่งขณะนี้ตนได้สอบถามความคืบหน้าของคดีจากร้อยเวรแล้ว ในวันพรุ่งนี้ จะได้นำตัวผู้เสียหายไปพบศาลเพื่อรับการสอบสวนตามกฎหมาย เพราะเด็กอายุเพียง 17 ปี
จากนั้นหากศาลระบุความมีความผิด ก็จะได้ขอหมายศาลเพื่อไปดำเนินการจับกุมตัว พ่อปู่ฤาษีตาไฟ หรือ นายสุรสิทธิ์ พละศักดิ์ ซึ่งเป็นคนพิการ อยู่บ้านเลขที่ 180 หมู่ 9 ตำบลละทาย อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่อ้างตัวเป็นพ่อปู่ฤาษีตาไฟ ตั้งสำนักอยู่ที่ ตำหนักปู่ฤษีตาไฟที่บ้านละทาย มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป