ดร.ประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ซุปตาร์โบรกเกอร์ มนุษย์ทองคำ ซีอีโอหมื่นล้าน และเจ้าพ่อตลาดหุ้น เปิดแถลงข่าวในวันนี้ (20 สิงหาคม 2561) ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับคดีบิทคอยน์เป็นครั้งแรก หลังตกเป็นแพะรับบาปกับกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นว่า ได้มีโอกาสรู้จักกับนายปริญญา จารวิจิต ผ่านเฟสบุ๊ค หลังจากที่ได้ไปศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับธุรกิจ Blockchain มาจากประเทศสิงคโปร์ ต่อจากนั้น นายปริญญา ได้พา นายเออาร์นี โมตาวา ซาริมา ชาวฟินแลนด์ เจ้าพ่อบิทคอยน์ พร้อมนางสาวชนนิกานต์ แก้วกาสี (แตงโม) ซึ่งเป็นแฟนสาว เข้ามาทำความรู้จักกับข้าพเจ้า และสนิทสนมกัน
ดร.ประสิทธิ์ กล่าวว่า "อาร์นี ถือเป็นเด็กที่มีความเก่ง ฉลาด และอัจฉริยะเป็นอย่างมาก เขาอ่านหนังสือเกี่ยวกับการวิเคราะห์ธุรกิจเป็นประจำ มีความสามารถในเรื่อง Blockchain และ Exchange crypto currency ทำให้เราได้รู้จักกัน และเข้าใจหลักธุรกิจและการบริหาร อย่างดี ส่วน "แตงโม" ซึ่งเป็นแฟนสาวของอาร์นี ถือว่าเป็นคนที่มีความละเอียดทางด้านการเงิน และเป็นคนให้ความสำคัญและจริงจังกับการทำงาน เรียกว่า เศษสตางค์ไม่ให้หล่น" ถือว่าเป็นคนที่ตั้งใจทำงานที่ดีมาก
สำหรับจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจด้วยกันทั้ง 4 ฝ่าย ซึ่งประกอบด้วย ปริญญา ซึ่งมีคอนเนคชั่น ในประเทศเกาหลี และมาเก๊า ส่วน ชาคริส อาห์มัด มีคอนเนคชั่น ในยุโรป และเป็นผู้ทำสัญญากับอาร์นี และ อาร์นี มีความสามารถพิเศษด้านความรู้ความสามารถที่ทันสมัย และอัฉริยะด้าน blockchain
"ในส่วนตัวของผมเองทำหน้าที่เป็น Deal maker เพราะผมมีความรู้และความชำนาญเกี่ยวกับหุ้น เมื่อองค์ประกอบทุกอย่างครบ เราเลยมาจัดตั้ง ฟอร์มทีมงาน เพื่อทำธุรกิจร่วมกัน"
อย่างไรก็ตาม หลังจากทำงานร่วมกันได้ไม่ถึง 4 เดือน ตน และนางสาวชนนิกานต์ แก้วกาสี (แตงโม) เริ่มสงสัย เพราะทำไมไม่โอนค่าหุ้นให้ลูกค้า และไม่โอนเงินเข้าบริษัทฯ และ นายปริญญา เพราะมีพฤติกรรมแปลกๆ ในเรื่องความไม่โปร่งใส มีการประชุมกัน และโดยข้าพเจ้าบอกให้ทางแตงโมแอบ อัดเทปการประชุม และประชุมกันได้สักพัก เกิดมีปากเสียงกันระหว่างผมกับปริน ทำให้วงแตก และขอยุติการร่วมงานกัน และทางปรินได้ไล่ผม อาร์นี แตงโม ออกจากห้องประชุม ในวันนั้น
"ผม อาร์นี และแตงโม เครียด และมานั่งทานอาหารกัน ที่แอมควาเทีย พูดกัน เราต่างได้รับความเสียหายร่วมกัน โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1 กลุ่มอาร์นี่ และแตงโม เสียหายบิทคอยน์ ส่วนกลุ่ม 2 คือผม เสียหายหุ้นให้กับนายปริญญา โดยลูกค้าของผมโอนเข้าปริญญา โดยใช้เครดิตจากตัวกระผม จากนั้นเราทั้ง 3 คน มีผู้ใหญ่แนะนำให้มาหาผู้กองธรรมนัสจากนั้นทางผู้กองธรรมนัส มาเป็นคนกลาง โดยทางปริญญาได้มีความเกรงใจ และผมคิดว่า ผู้กองอัธยาศัยดี ทางปริญญา เลยโอนหุ้นมาฝากไว้ที่ผู้กอง จำนวน 400 กว่าล้านหุ้นและเป็นหุ้นที่ทางนายปริญญา ยังชำระค่าหุ้นไม่ครบ ข้าพเจ้าได้รับความช่วยเหลือจากผู้กองธรรมนัส จากการแนะนำของผู้ใหญ๋โดยทางผู้กองให้ปริญญา ให้โอนหุ้นจำนำประมาณ 400 กว่าล้านหุ้น ถือว่าผมโชคดี และหุ้นดังกล่าว โดนล็อกจำนำ คือ ห้ามซื้อขาย และยังไม่มีการชำระเงิน โดยทางผู้กองกล่าวว่า ถ้าเรื่องคลี่คลาย ก็จะทำการโอนหุ้นคืนไปยังลูกค้าตามเจตนารมณ์ข้างต้น "
ดร.ประสิทธิ์ กล่าวว่า อาร์นี ได้รับหุ้น ดีเอ็นเอ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในวันที่ 3/11/25560 จำนวน 185,000,000 หุ้นราคา 1.23 บาท เป็นเงิน 227,550,000 และวันที่ 17/11/2560 จำนวน 160,000,000 หุ้น ที่ราคา 1.50 บาท เป็นมูลค่า 240 ล้านบาท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมมีเอกสารการลงนามของผู้ซื้อและผู้ขายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ดร.ประสิทธิ์ กล่าวว่า หลังจากผู้กองได้รับหุ้น ได้คุยในเรื่องธุรกิจ กับ ตน โดยให้ข้าพเจ้าในฐานะ Deal maker โดยให้หาซื้อหุ้นนี้ให้ได้มากกว่า 65% ในราคาไม่เกิน 1.50 บาทต่อหุ้นซึ่งผู้กอง และเพื่อนนักธุรกิจ ต้องการทำธุรกิจที่มีศักยภาพในอนาคต โดยต้องการทำธุรกิจ เดิม และหาธุรกิจ ใหม่ ที่สามารถ ทำให้หุ้นตัวนี้ มีปัจจัยพื้นฐานที่ดี และน่าลงทุนในระยะยาว ดร.ประสิทธิ์ กล่าว ขอขอบคุณผู้กองที่ช่วยเจรจากับนายปริญญาหุ้น มาคืนโดยหุ้นดังกล่าว ยังไม่ชำระเงินให้ลูกค้าและเป็นหุ้นที่ล็อกซือขาย และขอโทษที่ทำให้ผู้กองเดือดร้อน และมีชื่อผ่านสื่อต่าง ๆ
สำหรับกรณีข่าวลือ ที่ตำรวจ บุกบ้านนั้น ตอบว่า ตำรวจมาจริง และพูดคุยปกติและตำรวจมาพูดจาอย่างสุภาพเพื่อสอบถามในเรื่องกรณีดังกล่าวข้างต้น และในวันพฤหัสที่ 16 สิงหาคม นั้น ตนได้ไปกองปราบโดยไม่มีหมายเรียกแต่ไปด้วยความบริสุทธิ์ใจและไปให้ปากคำตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง และยืนยันพร้อมที่จะไปให้ปากคำตลอดเวลาตามที่กองปราบต้องการ
ดร.ประสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย โดยมีการสอนเรื่องปัจจัยพื้นฐานของการเล่นหุ้นอย่างชาญฉลาด และขอความเห็นใจจากสื่อและพี่ ๆ นักข่าวทุกท่าน ในการลงข่าวสารต่าง ๆ ขอความเห็นใจในการลงข่าวสาร เพราะกระทบและเป็นห่วงความรู้สึกของแม่