เนชั่นทีวี

ข่าว

(คลิปข่าว) สมาคมแม่บ้านทหาร กับโครงการต่อลมหายใจกำลังพล

13 ส.ค. 2561 | wanchat

(คลิปข่าว) สมาคมแม่บ้านทหาร กับโครงการต่อลมหายใจกำลังพล

(ชมคลิปเต็มด้านล่าง) นี่คือความในใจของ 2 ครอบครัวกำลังพลในกองทัพบก ที่บ่งบอกว่าชีวิตมีความสุขมากขึ้น เมื่อได้รับงานและมีรายได้จากบริษัทเอกชน ในโครงการช่วยเหลือกำลังพลกองทัพบกที่ปลดพิการทุพพลภาพและครอบครัวกำลังพลกองทัพบกที่พิการ ตามโครงการสนับสนุนการประกอบอาชีพให้คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการให้มีอาชีพและรายได้เพื่อการพึ่งพาตนเอง ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ส่งผลให้กำลังพลและครอบครัวได้ประกอบอาชีพ และมีรายได้เพิ่มเติมจากเงินเดือนที่ได้รับอยู่


เดิมที มาตรา 33 ของกฎหมายฉบับนี้ กำหนดให้ผู้ประกอบการที่มีลูกจ้าง 100 คนขึ้นไป ต้องรับผู้พิการเข้าทำงานในอัตรา 1 คนต่อลูกจ้าง 100 คน แต่ก็เปิดทางเลือกไว้ให้ในมาตรา 34 คือหากไม่รับผู้พิการเข้าทำงาน ก็ให้ผู้ประกอบการส่งเงินเข้ากองทุนตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ คูณด้วย 365 วัน คูณด้วยจำนวนผู้พิการที่ต้องรับเข้าทำงานในอัตราส่วนตามมาตรา 33 หรือจะเลือกช่องทางตามมาตรา 35 คือ ผู้ประกอบการอาจให้สัมปทานจัดจ้างเหมางาน หรือจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวก หรือการช่วยเหลือต่างๆ แก่ผู้พิการแทนได้ ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ การสร้างงานโดยให้งบตรง ซึ่ง 1 โครงการจะได้งบปีละ 112,420 บาท


ผู้ประกอบการที่เลือกดำเนินการตามมาตรา 35 นอกจากจะให้ประโยชน์ส่งตรงถึงผู้รับแล้ว ยังเป็นการ CSR หรือการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กรนั้นๆ ไปในตัว แต่ก่อนที่บริษัทจะอนุมัติเงิน ก็ต้องลงพื้นที่ไปติดตามโครงการเช่นกัน
สำหรับกำลังพลของกองทัพบก ถือว่าโชคดีมากที่ได้รับโอกาสในส่วนนี้ จากความร่วมมือและประสานงานของสมาคมแม่บ้านทหารบก กรมกำลังพล , มูลนิธินวัตกรรมทางสังคม , กรมการจัดหางาน และภาคเอกชน โครงการนี้เป็นโครงการที่ เบญจวรรณ สิทธิสาท นายกสมาคมแม่บ้านทหารบกคนปัจจุบัน ต่อยอดมาจากโครงการห่วงใยบุตรที่มีความต้องการพิเศษ และโครงการปันน้ำใจสู่คู่สมรสที่ทุพพลภาพของกำลังพลกองทัพบก ที่ริเริ่มในสมัย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้บัญชาการทหารบก โดยอาจารย์น้อง นางนราพร จันทร์โอชา นายกสมาคมฯในขณะนั้น เข้ามาดำเนินการดูแลครอบครัวกำลังพลตั้งแต่ปี 2555

ส่วนโครงการตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการฯ เริ่มในปี 2559 และเป็นรูปธรรมในปี 2560 ซึ่ง 2 ปีที่ผ่านมาดำเนินการไปแล้ว 183 โครงการ วงเงินกว่า 20 ล้านบาท และก่อนที่ครอบครัวกำลังพลจะได้รับเงินสนับสนุน ต้องมีการเขียนโครงการว่าจะทำอาชีพอะไร ซึ่งแม่บ้านทหารบก ก็ต้องมาระดมความคิดว่าจะช่วยและให้คำแนะนำอย่างไร จึงมีการพาลงพื้นที่ไปดูงาน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ


โครงการนี้ นอกจากจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้ครอบครัวกำลังพล และช่วยให้กำลังพลได้มีเวลาใกล้ชิดกับคนในครอบครัวที่เป็นผู้พิการ หรือเด็กที่มีความต้องการพิเศษแล้ว กองทัพบกยังได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตบุตรที่มีความต้องการพิเศษ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวกำลังพล และยังฝึกทักษะพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ถูกต้องตามหลักการทางการแพทย์ด้วย โดยศูนย์ฯ ที่โรงพยาบาลค่ายภาณุรังษี จังหวัดราชบุรี เพิ่งเปิดอย่างเป็นทางการไปเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม เน้นพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหว การทรงตัว โดยใช้กิจกรรมบำบัด กายภาพบำบัด และการฝังเข็มควบคู่กัน ทำให้กำลังพลไม่ต้องพาบุตรหลานไปรอคิวที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด หรือโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ ซึ่งต้องใช้เวลานาน ที่สำคัญศูนย์ฯ แห่งนี้ เปิดให้บุคคลภายนอกที่มีบุตรที่มีความต้องการพิเศษ มาใช้บริการได้เช่นกันแต่ละครอบครัวที่ได้รับการสนับสนุนเงินและโครงการ ต้องทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย เพื่อให้เจ้าหน้าที่กรมกำลังพลตรวจสอบด้วย เมื่อโครงการมีความก้าวหน้า ภาคเอกชนที่สนับสนุนก็จะได้ทราบว่า เงินของพวกเขาสามารถสร้างประโยชน์ได้อย่างไรการให้โอกาสครอบครัวกำลังพลหรือผู้ที่อยู่ในความดูแล ได้เข้าถึงการมีอาชีพ มีรายได้เพิ่มขึ้น ถือเป็นการต่อชีวิตให้พวกเขามีความสุข มีลมหายใจที่จะต่อสู้เพื่อคนข้างหลังต่อไป แม้ทุกโครงการอาจไม่ประสบความสำเร็จทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าผู้เกี่ยวข้องได้คิดทบทวนและแก้ไขอุปสรรคปัญหาต่างๆ ให้หมดไป ในที่สุดโครงการนี้ในปีต่อๆ ไป ก็จะมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ต่อลมหายใจให้กำลังพลมีแรงสู้ชีวิต และทำงานเพื่อกองทัพอย่างเต็มประสิทธิภาพต่อไป

ข่าวล่าสุด