เรื่องนี้ได้รับการเปิดเผยจากนายวิเชียร อายุ 60 ปี ต.นาหนองไผ่ อ.ชุมพลบุรี จ. สุรินทร์ว่า ลูกชายตนเองชื่อนายพงษ์พันธ์ อายุ 35 ปี ได้รับจ้างนำช้างพลาย เพิ่มพูน ออกเร่ร่อนตามจังหวัดต่างๆ โดยมีเพื่อนที่ติดตามช้างไปด้วยมี 4 คน คือ มีนายพงษ์พันธ์, นายชนัต (อ๊อด) และอีก 2 คน เป็นสามีภรรยากัน (ไม่ทราบชื่อ) ในวันที่ 11 กรกฎาคม 2559 ได้พาช้างพลายเพิ่มพูน ออกไปเร่ร่อนที่จังหวัดนครนายก บริเวณกลางใจเมือง และได้ข้ามเกาะกลางถนนไปแต่เกิดไปเดินเหยียบสายไฟ มีสายไฟโรยลงมาจากเสาไฟ พลายเพิ่มพูนได้ล้มลงและนายพงษ์พันธ์ ยังอยู่บนคอช้างจึงถูกไฟดูดไปด้วย เพื่อน ๆ ที่ไปด้วยกันช่วยดึงเสื้อพงษ์พันธ์ออกจากคอช้าง
ในเวลาต่อมาเต็มไปด้วยไทยมุง ต่อมาตำรวจก็เข้ามาตรวจที่เกิดเหตุ ทำการถ่ายรูปเก็บหลักฐานจากนั้นก็นำพงษ์พันธ์กับพวก 3 คน ไปยังสถานีตำรวจนครนายก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนำนายพงษ์พันธ์ เข้าห้องขังเพียงคนเดียวนอกนั้นปล่อยตัวไป แต่ นายชนัต (อ๊อด) เพื่อนบ้านเดียวกัน ไม่ได้เข้าห้องขังให้อยู่ข้างนอก แต่ด้วยความเป็นห่วงเพื่อน นายอ๊อดจึงเฝ้าอยู่ที สภ.นครนายก
ส่วนตนเอง กับ นางบุญเพ็ง ผู้เป็นพ่อกับแม่ของนายพงษ์พันธ์ อยู่ทางบ้านที่จังหวัดสุรินทร์ ทราบข่าวจากข่าวทีวีประมาณทุ่มกว่าๆ เห็นลูกชายนายพงษ์พันธ์ เดินวนร้องไห้รอบพลายเพิ่มพูน พ่อแม่เห็นภาพ ลูกชายไม่เป็นไรไม่มีอาการบาดเจ็บใด ก็โล่งอกไปที ต่อมาเวลาประมาณ 5 ทุ่มกว่าๆ ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังมาบอกว่านายพงษ์พันธ์อยู่โรงพยาบาลบอกแต่ว่าเป็นตายเท่ากัน ให้ลงมาดูอาการด่วน
จากนั้นตนจึงได้เหมารถชาวบ้านลงมาในคืนวันที่ 11 กรกฎาคม 2559 ถึงจังหวัดนครนายกสว่างพอดี ไปเห็นแต่ร่างลูกชายนอนอยู่ในห้องไอซียู ของโรงพยาบาลนครนายกเห็นสภาพลูกชาย มีแต่เครื่องช่วยหายใจในห้องไอซียู ตนจึงได้ถามพยาบาลว่า ลูกชายเขาไปโดนอะไรมาถึงได้อาการหนักเพียงนี้ พยาบาลบอกว่านายพงษ์พันธ์ไปสะดุดล้มในห้องน้ำในห้องขัง นายวิเชียรผู้เป็นพ่อก็ไม่ได้เอะใจสงสัยอะไรทั้งสิ้น ต่อมาหมอต้องเจาะให้อาหารทางสายยาง พ่อกับแม่ต้องนอนเฝ้าดูอาการของลูกที่ รพ.นคร นายกเป็นเวลาเกือบ 2 เดือน ก่อนหมอจะอนุญาตให้นายพงษ์พันธ์กลับบ้านได้
เมื่อนายพงษ์พันธ์มาอยู่บ้าน เป็นผู้ป่วยนอนติดเตียง กระดุกกระดิกไม่ได้ พูดไม่ได้ จะกินจะนอนจะอาบน้ำจะหนักจะเบาต้องอาศัยพ่อกับแม่ ครอบครัวเดือดร้อนมาก ได้รับความทุกข์ทรมาน แสนสาหัส การงานไม่ต้องทำต้องมานั่งเฝ้าพงษ์พันธ์ ตลอด 24 ชั่วโมง
ต่อมาในปี 2561นาย พงษ์พันธ์เริ่มมีความจำขึ้นมาบ้างแต่ทำอะไรไม่ได้ เพียงแสดงอาการ กิริยาได้บ้างเล็กน้อย เขาเริ่มรู้สึก และจำได้บ้างแต่พูดไม่ได้ น้ำลายไหลเป็นทางยาว น่าสังเวช สำหรับผู้ได้พบเห็นนายวิเชียรได้แต่บ่นด้วยความน้อยใจตนเองอาภัพอับโชค ว่ากรรมอันใดน้อ ต้องมาเลี้ยง ลูกพิการไม่คาดคิดว่าจะมาตกอับอาภัพอับโชควาสนาตอนวัยแก่ชราเช่นนี้ วอนผู้มี จิตเมตตา ได้ช่วยบริจาคทรัพย์อันพึงมีตามกำลังศรัทธาได้ช่วยเยียวยา นายพงษ์พันธ์ผู้ป่วยติดเตียง หรือหมอโรงพยาบาลใดจะรักษาพยาบาลให้ลูกชายมีชีวิตสติกลับคืนมาบ้าง
จากการเปิดเผยของนายวิเชียรผู้เป็นพ่อ ยังข้องใจมากสาเหตุที่ลูกต้องมาพิการนอนติดเตียงเช่นนี้ เพราะมาจากสาเหตุต้องมาเข้าห้องขัง โดยพยาบาลแจ้งว่า นายพงษ์พันธ์ ล้มหัวฟาดพื้นในห้องน้ำห้องขังที่สภ.เมืองนครนายก ตนเองรู้สึกว่าไม่รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะเรื่องเหตุมันเกิดอยู่ที่ สภ.นครนายก ไม่มีการชี้แจงให้ญาติๆ รับทราบเลย ยิ่งเกิดความข้องใจมากเหตุที่ นายพงษ์พันธ์ต้องนอนติดเตียงนั้นมาจาก การลื่นล้มในห้องน้ำในห้องขัง ได้ยินได้ฟังยังข้องใจมากนายพงษ์พันธ์ ไปงุ่มง่ามจนถึงขั้นล้มหัวฟาดฟื้นเช่นนั้นเชียวหรือจากคำกล่าวอ้างของนางพยาบาล ตนเองใคร่ขอความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นครนายกช่วยชี้แจงให้ตนเองรับทราบข้อสงสัยด้วย