ส่วนพฤติกรรมในการฉ้อโกงและพ.ร.บ.เช็ค นายชัยณรงค์ จะเข้าไปติดต่อกับโรงงานผลิตพลาสติก เพื่อขอซื้อพลาสติกบรรจุภัณฑ์ โดยอ้างว่าตนเองมีธุรกิจส่งออกและสินค้าหมูกระจกที่มียอดผลิตสูง โดยในช่วงแรกจะสั่งซื้อพลาสติกในยอดที่ยังไม่สูงมาก และจะจ่ายเงินค่าสินค้าเป็นเงินสด โดยจ่ายตรงตามบิลตลอด จนกระทั่งเจ้าของโรงงานนั้นตายใจ ก็จะเริ่มสั่งสินค้าในจำนวนมากขึ้นราว 1 ตัน ซึ่งขอจ่ายเป็นเช็คแทน และสุดท้ายเช็คที่จ่ายก็จะไม่สามารถขึ้นเงินได้ จนทำให้มีผู้เสียหายหลายรายความเสียหายกว่า 7 ล้านบาท
จากพฤติกรรมของผู้ต้องหารายนี้ทางเจ้านหน้าที่ตำรวจมองว่านอกเหนือจากคดีพ.ร.บ.เช็ค จะเข้าข่ายฉ้อโกง อีกด้วย เนื่องจากพฤติกรรมเป็นการหลอกสั่งซื้อสินค้า ส่วนตัวผู้ต้องหาเองแท้ที่จริงแล้วก็เป็นผู้ส่งออกพลาสติกส่งขายไปยังประเทศลาว และลูกค้าภายในประเทศ นอกจากนี้ในคำรับสารภาพของผู้ต้องหายังอ้างว่าถูกลูกค้าฝั่งประเทศลาว โกงเงิน จนไม่สามารถนำเงินมาจ่ายให้เจ้าของโรงงานได้ ซึ่งในจุดนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากมีสินค้าบางส่วนที่ผู้ต้องหาสามารถขายได้เงินสดมาจริง แต่ไม่ยอมนำมาจ่าย