พอข่าวออกไปแบบนี้ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ระบุชื่อสวน ว่าเป็นสวนไหน และไม่ได้ระบุตัวข้าราชการว่าเป็นใคร กลุ่มใด ในบทความบอกแค่ว่าเป็นปลัดอำเภอหนึ่งเท่านั้น แต่ล่าสุดก็มีความเคลื่อนไหวกันวุ่นวายในพื้นที่ โดยมีทหารพรานจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 47 รับผิดชอบพื้นที่อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ส่งกำลังเข้าไปสอบถามคุณยายเหี้ยง การะเกตุ ซึ่งเปิดบุฟเฟต์ผลไม้ที่ตำบลตาชี อำเภอยะหา พร้อมจัดทำรายงานสรุปว่า ข้อเขียนที่เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์นั้น "เกินจริง"
นี่คือภาพที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 47 เข้าไปที่สวนคุณยายเหี้ยง และไปสอบถามข้อเท็จจริงกับลูกหลานคุณยาย ก่อนจะทำรายงานชี้แจงว่า เรื่องที่เป็นข่าว เป็นการพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง เพราะคุณยายเป็น "ผู้ใหญ่ใจดี" ไม่ทราบว่าจะมีการนำไปเขียนข่าว เมื่อเรื่องนี้กลายเป็นข่าวจึงรู้สึกตกใจและเสียใจ เพราะเกรงว่าจะส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวและกิจการบุฟเฟต์ผลไม้ของคุณยาย โดยทหารอ้างคำยืนยันจากคุณยายว่า กิจการยังมีกำไร ไม่ได้เดือดร้อน "เจ๊งยับ" เพราะถูกรีดไถหรือเรียกเงินทอนตามที่มีการเขียนข่าว
นอกจากนั้น ยังมีหนังสือจากนายอำเภอยะหา ทำรายงานถึงผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงตามที่เป็นข่าว โดยระบุว่า กรณีที่อ้างถึงในข้อเขียน น่าจะหมายถึงกิจกรรมที่ปลัดอำเภอเมืองยะลา คุณ สนธยา ศรีวิเชียร จะนำเกษตรกรจากอำเภอเมืองยะลา ไปดูงานที่สวนยายเหี้ยง ทางปลัดอำเภอโทรศัพท์ไปติดต่อกับลูกหลานยายเหี้ยง เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม และจะเข้าไปเยี่ยมชมสวนในวันนี้ โดยมีค่าใช้จ่ายเป็นงบประมาณ 10,000 บาท ประกอบด้วยค่าอาหารเที่ยง อาหารว่าง ค่าพาหนะ และค่าป้ายโครงการ จากนั้นจึงมีการตกลงราคากับลูกหลานยายเหี้ยง เป็นค่าอาหารเที่ยง อาหารว่าง และผลไม้ เป็นเงิน 7,000 บาท คณะดูงานทั้งหมดมี 55 คน เป็นข้าราชการ 5 คน ที่เหลือเป็นเกษตรกร
หนังสือที่ทางนายอำเภอยะหา ทำชี้แจงกับผู้ว่าฯ ยังระบุว่า ทางนายอำเภอได้เข้าไปพบและพูดคุยกับคุณยายเหี้ยงแล้ว คุณยายยืนยันว่า ไม่เคยพูดว่ากล่าวพาดพิงปลัดอำเภอคนนี้ และทางราชการไม่เคยเอาเปรียบคุณยาย ทางนายอำเภอจึงสรุปว่าข้อเขียนทั้งหมดไม่เป็นความจริง
วันเดียวกันนี้ คุณสนธยา ศรีวิเชียร ปลัดอำเภอเมืองยะลา ซึ่งเป็น "ปลัดหญิง" ก็ได้เดินทางไปที่สวนยายเหี้ยงด้วยเช่นกัน พร้อมยืนยันว่า โครงการที่ติดต่อคุณยายมานั้น เป็นงบของกระทรวงมหาดไทย ตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตภาคเกษตร ซึ่งจัดสรรให้ทุกอำเภอของจังหวัดยะลา อำเภอละ 10,000 บาท จึงนำงบนั้นจัดกิจกรรมดูงานที่สวนคุณยาย ไม่ได้ตั้งใจมาทานบุฟเฟต์ โดยตกลงราคากับคุณยาย 7,000 บาท จากราคาเต็ม 7,095 บาท (คือบุฟเฟต์ผู้ใหญ่ 55 คน) ซึ่งคุณยายก็ยินดีต้อนรับ และไม่ได้มีปัญหาตามที่เป็นข่าว ส่วนเงินที่เหลือก็เป็นค่าพาหนะ และค่าจัดทำป้ายไวนิล
เป็นที่น่าสังเกตว่า คำชี้แจงของปลัดอำเภอหญิงท่านนี้ ไม่ได้พูดถึงค่าอาหารกลางวัน และอาหารว่าง ตามที่นายอำเภอยะหาทำหนังสือชี้แจงผู้ว่าฯ ซึ่งราคาที่ตกลงกับคุณยาย ถ้าคิดตามหนังสือชี้แจงของนายอำเภอยะหา เงิน 7,000 บาท จะรวมถึงค่าบุฟเฟต์ผลไม้ ค่าอาหารกลางวัน และอาหารว่าง / ทั้งๆ ที่หากคิดเฉพาะค่าบุฟเฟต์ตามจำนวนคนที่ไป ก็มีราคา 7,095 บาทแล้ว
สำหรับความเห็นในโลกโซเชียลฯ ช่วงแรกที่ยังไม่มีคำชี้แจงจากทางหน่วยงานรัฐ ความเห็นส่วนใหญ่ตำหนิพฤติกรรมของข้าราชการที่ไปเอาเปรียบคุณยาย ต่อมาเมื่อมีการชี้แจงจากหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งการส่งทหารพรานเข้าไปสอบถามคุณยาย และการชี้แจงของฝ่ายปกครอง ปรากฏว่ายังมีความเห็นในโซเชียลฯอีกจำนวนไม่น้อยที่ตั้งคำถามว่า การส่งทหารเข้าไปถามคุณยาย มีลักษณะคล้ายเป็นการข่มขู่หรือไม่ เหตุใดจึงไม่ไปตรวจสอบข้าราชการที่ถูกพาดพิงถึง เพราะชาวบ้านย่อมไม่กล้าแฉพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่กับเจ้าหน้าที่ด้วยกัน นอกจากนั้น ยังมีความเห็นในลักษณะที่ว่า ข้าราชการที่ไปจัดกิจกรรมที่สวนของคุณยาย น่าจะควักกระเป๋าแถมเงินให้คุณยาย มากกว่าที่จะไปขอต่อรองราคา
ล่าสุดฝั่งข้าราชการที่ถูกพาดพิงถึง ได้สร้างกระแสว่าจะมีการฟ้องร้องสื่อมวลชนที่นำเสนอเรื่องนี้แล้ว