ล่าสุดทางจังหวัดได้ประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตภัยพิบัติดินถล่มตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ปี 2550 และปิดกั้นพื้นที่เพื่อความปลอดภัย ส่วนความเสียหายคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 1.2 ล้านบาท ซึ่งช่วงเกิดเหตุไม่มีคนอยู่ภายในทำให้ไม่มีความสูญเสีย
สำหรับการแก้ไขปัญหานั้นเบื้องต้นจะปิดการจราจรและให้คนย้ายออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัยก่อน ส่วนการจราจรนั้นให้ใช้ถนนสายเลี่ยงที่มีอยู่อีก 2 สายก่อน และได้มอบหมายให้แขวงทางหลวงเชียงรายที่ 2 จะเข้าไปแก้ไขปัญหาเบื้องต้นด้วยการนำสะพานเหล็กชั่วคราวแบริ่งไปติดตั้งเพื่อให้สามารถใช้การได้ชั่วคราว จากนั้นอีก 1-2 วันก็จะดูสภาพพื้นที่เพื่อทำการฟื้นฟูและซ่อมแซมถนนให้สามารถใช้การได้เหมือนเดิม สำหรับพื้นที่ อ.เทิง ได้มีการแจ้งเตือนให้ระมัดระวังภัยมาก่อนหน้านี้แล้วเพราะตลอดเพราะจุดเสี่ยงอีกจำนวน 9 หมู่บ้านโดยหนึ่งในนั้นคือจุดที่เกิดเหตุดังกล่าวที่ยังมีบ้านเรือนและอาคารข้างเคียงที่ต้องเฝ้าระวังอยู่
นายทวีชัย แซ่ลี ผู้ใหญ่บ้านร่มฟ้าไทย กล่าวว่า จุดดังกล่าวเป็นที่ตั้งของอาคารบ้านเรือนที่ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะเปิดเป็นร้านค้า ร้านอาหาร เพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนภูชี้ฟ้า ที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเหตุเช่นนี้มาก่อน จนทาเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว สร้างความเสียหายทั้งหมดโดยแต่ละรายเก็บข้าวของออกมาไม่ทัน ใยส่วนของเรื่องที่อยู่อาศัยเพราะแต่ละรายมีบ้านเรือนอยู่แล้วเพียงแต่ไปเปิดร้านให้บริการ ณ จุดดังกล่าวเท่านั้น อย่างไรก็ตามก็จะได้จัดหาสถานที่ใหม่เพื่อให้ประกอบการได้ต่อไปเพราะแต่ละคนถือเป็นคนท้องถิ่นที่ประกอบอาชีพนี้มานานแต่จุดเดิมนี้จะไม่ให้ก่อสร้างใดๆ อีกเด็ดขาด
ด้านนายลักษณ์ ภาระจำ อายุ 53 ปี บ้านเลขที่ 5 หมู่บ้านร่มฟ้าไทย และเปิดร้านจำหน่ายอาหารเลขที่ 215/1 ซึ่งทรุดลงไปในหุบเขา กล่าวว่า จุดดังกล่าวมีการเปิดเป็นอาคารค้าขายกันมานานกว่า 20 ปี ได้ปรับปรุงร้านมาได้ประมาณ 4 เดือนใช้งบประมาณราว 500,000 บาท ปรากฎว่าหลังจากมีฝนตกดินก็เริ่มทรุดลงโดยวันที่ 30 ก.ค.สังเกตุเห็นดินทรุดตัวลงประมาณ 30 ซ.ม.