ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการวัดระดับน้ำ ช่วงเวลา 08.00 น ที่ผ่านมา ที่เขื่อนวชิราลงกรณ์ ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำแควน้อย พบว่าระดับน้ำที่สถานี K.54 อ.ทองผาภูมิ ระดับตลิ่ง 7.50 เมตร อัตราการไหล 890.00 ลบ.ม./ต่อวินาที ศูนย์เสาระดับ + 60.60 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง
ที่สถานี K.58 อ.ไทรโยค ระดับตลิ่ง 7.60 เมตร อัตราการไหล 700.00 ลบ.ม./วินาที ศูนย์เสาระดับ +39.50 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ที่สถานี k.10 อ.ไทรโยค ระดับตลิ่ง 10.30 เมตร อัตราการไหล 950.00 ลบ.ม./วินาที ศูนย์เสาระดับ +30.40 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ที่สถานี K.37 อ.เมืองกาญจนบุรี ระดับตลิ่ง 11.65 เมตร อัตราการไหล 2,300.00 ลบ.ม./วินาที ศูนย์เสาระดับ + 19.80 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง และที่สถานี K.11A เขื่อนแม่กลอง อ.ท่าม่วง ระดับตลิ่ง 6.20 เมตร ศูนย์เสาระดับ +9.70 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง
สำหรับเขื่อนวชิราลงกรณ อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี 153 กิโลเมตร เป็นเขื่อนหินถมดาดหน้าด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 92 เมตร สันเขื่อนกว้าง 10 เมตร ยาว 1,019 เมตร กั้นลำน้ำแควน้อย และเป็นเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ
การระบายน้ำออกจากเขื่อนลงสู่แม่น้ำแควน้อย มวลน้ำจะไหลไปบรรจบกับแม่น้ำแควใหญ่ กลายเป็นต้นแม่น้ำแม่กลอง ที่บริเวณถนนริมน้ำหน้าเมืองกาญจนบุรี โดยมีพื้นที่ต้องเฝ้าระวัง จำนวน 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ทองผาภูมิ อ.ไทรโยค อ.เมืองกาญจนบุรี อ.ท่าม่วง และ อ.ท่ามะกา
จึงฝากเตือนผู้ประกอบการชาวเรือ-ชาวแพ รวมทั้งรีสอร์ทต่างๆที่ให้บริการแพล่องหรือแพพักที่อยู่ริมแม่น้ำแควน้อย ให้ดำเนินการผูกแพให้แข็งแรงและมั่นคง นอกจากการผูกแพให้มั่นคงแล้ว จะต้องคอยสังเกตใต้แพอย่างละเอียดด้วยว่า มีเศษไม้เศษสวะลอยมาติดใต้ท้องแพหรือไม่