โดยนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม เป็นตัวแทนนายวิษณุ ชี้แจงที่ประชุมว่า ตามหลักเกณฑ์และข้อบังคับตามกฎหมาย ถ้าหากมีการสร้างภาพยนตร์ และสารคดีในเรื่องดังกล่าว นอกพื้นที่ประเทศไทยเราไม่สามารถควบคุมเขาได้ แต่หากมาใช้พื้นที่ในประเทศไทยถ่ายทำ เราสามารถประสานงานให้เป็นในทิศทางที่เหมาะสมได้ แต่ไม่ใช่ไปควบคุม
โดยคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมา ซึ่งมีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงวัฒนธรรม, กระทรวงมหาดไทย, เจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นต้น จะมีหน้าที่ประสานงานอำนวยความสะดวก ให้ข้อมูลเพื่อให้สิ่งต่างๆ ที่นำเสนอออกไป ไม่กระทบกับสิทธิหรือสร้างความเสียหายกับตัวผู้ประสบภัย หรือผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ให้เนื้อหาตรงกับความเป็นจริง และไม่ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศเสียหายด้วย
พล.ท.สรรเสริญกล่าวอีกว่า ทั้งนี้การที่บริษัทจากต่างประเทศจะเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์หรือสารคดีในประเทศไทย จะต้อบทำตามกฎหมายของไทย เช่น การจะถ่ายทำอะไรต้องได้รับอนุญาตจากผู้บริหารจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือถ้าเกี่ยวข้องกับเด็กๆ ก็จะมีกฎหมายคุ้มครองเด็กเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งมีกฎหมายของประเทศไทยที่รองรับอยู่หลายฉบับ ถ้าปล่อยให้เขาเข้ามาทำเองก็จะเป็นเรื่องยุ่งยาก จึงจำเป็นต้องมีคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้