นี่คือหนังสือจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ส่งถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เพื่อเสนอให้ปลากัดเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ เหตุผลที่เสนอมี 4 ข้อหลักๆ คือ
1.เหตุผลเชิงประวัติศาสตร์ เพราะปลากัดเป็นปลาพื้นเมืองของไทย เพาะเลี้ยงมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา จนถึงปัจจุบัน มีชื่อสามัญว่า Siamese Fighting Fish บ่งบอกชัดเจน มีจุดเด่นทั้งเรื่องความสวยงามและความสามารถในการต่อสู้ ทำให้ส่งออกไปขายได้ทั่วโลก
2.เหตุผลเชิงวัฒนธรรม เพราะปลากัดเป็นตัวแทนศิลปะการต่อสู้ของไทย มีคำที่ใช้ในหมู่นักเลงปลากัดในอดีต จนกลายเป็นสำนวนหรือคำที่ติดปากคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน เช่น "ลูกหม้อ" หมายถึงผู้ที่มีต้นกำเนิดผูกพันกันอย่างแท้จริง "ลูกไล่" หมายถึง คนที่ไม่สู้คน ถูกข่มตลอดเวลา "ถอดสี" หมายถึงอาการตกใจ ไม่สู้ ยอมแพ้ ซึ่งทั้งหมดล้วนมาจากปลากัด
3.เหตุผลเชิงพาณิชย์ เพราะหากยกให้ปลากัดเป็น "สัตว์น้ำประจำชาติ" จะส้างความเป็นแบรนด์ของประเทศไทยได้ เป็นการพัฒนายกระดับเพิ่มปริมาณการส่งออกและสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างมหาศาล โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีมูลค่าการส่งออกไม่น้อยกว่า 3 พันล้านบาท
4.เหตุผลเชิงบูรณาการ เพราะปลากัดในแง่ของการเป็นสินค้า สามารถร่วมกันพัฒนาได้ทั้งภาคเอกชนรายใหญ่ เอกชนรายย่อย บุคคล ชุมชน และหน่วยงานภาครัฐ
ส่วนเหตุผลที่รองนายกฯวิษณุ ในฐานะประธานคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ ตีตกข้อเสนอนี้ มีข้อเดียวสั้นๆ คือ "ข้อมูลที่กรมประมงเสนอ เป็นเรื่องเชิงพาณิชย์และสร้างรายได้ให้ประเทศตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 รวมทั้งเป็นการพัฒนาสายพันธุ์ปลากัดให้มีสีสันที่หลากหลายและสวยงามยิ่งขึ้น จึงไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับมิติเอกลักษณ์ของชาติ ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน