เนชั่นทีวี

ข่าว

(คลิปข่าว) เขตโรงเรียนห้ามเข้า! ขวางพบอดีต ผอ.คุกคามครูสาว

24 ก.ค. 2561 | wanchat

(คลิปข่าว) เขตโรงเรียนห้ามเข้า! ขวางพบอดีต ผอ.คุกคามครูสาว

ล่าความจริงวันนี้ มาตามกันต่อกับเรื่องร้องเรียนที่ "ล่าความจริง" เปิดประเด็นเอาไว้ และขณะนี้กลายเป็นข่าวดังไปแล้ว นั่นก็คือกรณีอดีตครูสาวโรงเรียนเอกชนหรูชื่อดังแห่งหนึ่งย่านมีนบุรี ออกมาแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจว่าถูกอดีต ผอ.ซึ่งเป็นเจ้าของโรงเรียนด้วย คุกคามทางเพศอย่างโจ่งแจ้งยาวนาน ที่ผ่านมาแม้ครูสาวรายนี้จะเดินสายร้องเรียนกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน หรือ สช. สังกัดกระทรวงศึกษาฯ แต่เรื่องก็เงียบหาย ได้รับคำชี้แจงเพียงว่า ต้องรอให้คดีอาญาจบเสียก่อน แต่คดีอาญาก็นิ่งสนิทเหมือนกัน ทำให้ "คุณครูสาว" ตัดสินใจเข้าไปร้องเรียนที่กองปราบปรามเมื่อวานนี้ ขณะที่ฝ่ายอดีต ผอ.ผู้ถูกกล่าวหา จนถึงปัจจุบันยังเก็บตัวเงียบ

ล่าสุด "ทีมล่าความจริง" ได้ส่งผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่โรงเรียนเอกชนหรูย่านมีนบุรี เพื่อขอสัมภาษณ์กับอดีต ผอ.รายนี้ แต่เมื่อไปถึงกลับไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าโรงเรียน ทำได้แค่คุยผ่าน"อินเตอร์คอม" เท่านั้น โดยพนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงเรียนแจ้งว่า หากต้องการเข้าพบใคร ต้องทำหนังสือเพื่อขอเข้าพบ เพราะโรงเรียนเป็นสถานศึกษา จึงต้องปฏิบัติตามระเบียบ

รมช.ศึกษาฯจ่อเรียก สช.ถามข้อเท็จจริง


สรุปเรื่องของครูสาวคนนี้ ที่เราใช้นามสมมติว่า "ครูภัทร" ก็ยังไม่คืบหน้า ทั้งในส่วนของตำรวจ และ สช. ขณะที่ทางโรงเรียนและอดีต ผอ.ที่ถูกกล่าวหาพาดพิงก็ยังไม่ยอมชี้แจงใดๆ ถ้าคุณผู้ชมยังคงจำกันได้ ข้อกล่าวหาของครูภัทรถือว่าร้ายแรงมาก เพราะมีการคุกคามทางเพศทั้งทางวาจา และทางร่างกาย มีการส่งภาพลามกอนาจารทางไลน์ และมอมเหล้า โอบกอดด้วย เมื่อฝ่ายครูภัทรไม่เล่นด้วย และเปิดตัวแฟนหนุ่มในเวลาต่อมา จู่ๆ ครูภัทร ก็ถูกไล่ออก โดยอ้างเหตุผลเกี่ยวกับความบกพร่องเรื่องการสอน และไม่จ่ายค่าชดเชยแม้แต่บาทเดียว


"ล่าความจริง" ได้สอบถามไปยัง รัฐมนตรีช่วยศึกษาฯ พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ ซึ่งกำกับดูแล สช. ปรากฏว่าท่านทราบเรื่องแล้วว่าครูภัทร ร้องเรียนเข้าไปที่ สช. และทาง สช.อ้างว่ายังไม่ดำเนินการอะไร เพราะต้องรอให้คดีอาญาจบก่อน โดย พลเอกสุรเชษฐ์ บอกกับทีมข่าวว่า จะสอบถามเรื่องนี้กับรองเลขาธิการ สช.เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงโดยด่วน

อดีต จนท.โรงเรียนแฉซ้ำพฤติกรรมฉาว ถูกขู่ฆ่า

ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับอดีต ผอ.รายนี้ยังไม่จบ "ล่าความจริง" ได้รับการติดต่อจากอดีตเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนแห่งนี้ ใช้นามสมมติว่า "คุณโจ๊ก" โดยคุณโจ๊ก ทำงานด้านธุรการและเอกสารต่างๆ ในโรงเรียน ทั้งยังได้แฟนเป็นครูสาวในโรงเรียนแห่งนี้ด้วย

คุณโจ๊ก เล่าว่า ช่วงที่ทำงานที่โรงเรียนเมื่อหลายปีก่อน ได้รับรู้เรื่องฉาวของอดีต ผอ.ที่พยายามคุกคามทางเพศครูสาวหลายราย คนไหนไม่ยอมก็จะถูกไล่ออกแบบไม่มีเหตุผล ซึ่งตนเป็นคนทำเอกสารไล่ออกส่งถึงครูสาวเหล่านั้นเอง จนถูกต่อว่าจากครูผู้หญิงหลายคน


คุณโจ๊ก เล่าต่อว่า ภายหลังได้ตกลงคบหากับครูสาวคนหนึ่งในโรงเรียน และมาทราบในเวลาต่อมาว่า ครูสาวคนนี้ถูกหมายตาจากอดีต ผอ. และตามจีบมานานเช่นกัน เมื่อข่าวเรื่องการคบหาระหว่างครูสาวกับคุณโจ๊กเผยแพร่ออกไป อดีต ผอ.ก็พยายามใส่ร้ายกลั่นแกล้ง กระทั่งสุดท้ายได้เรียกคุณโจ๊กไปพบ และประกาศว่าครูสาวคนนี้เป็นเมียของอดีต ผอ. ห้ามคุณโจ๊กยุ่งเกี่ยว เมื่อคุณโจ๊กทราบแบบนี้ ก็ได้สอบถามกับครูสาวที่คบหากัน ครูสาวก็ยอมรับว่าเคยมีความสัมพันธ์กันจริงเพราะถูกบังคับกดดันเรื่องหน้าที่การงาน พอรู้อย่างนี้ คุณโจ๊กจึงตัดสินใจลาออก และขอร้องให้แฟนสาวลาออกด้วย แต่อดีต ผอ.ก็ยังไม่เลิกพยายาม ตามมาข่มขู่ด่าทอถึงบ้าน และโทรศัพท์มาขู่ว่าตัวเขามีปืน ทำให้ล่าสุดคุณโจ๊กต้องพาแฟนสาวหนีไปอยู่ต่างจังหวัด

นี่คืออีกหนึ่งข้อกล่าวหาที่พุ่งเข้าใส่อดีต ผอ. เจ้าของโรงเรียนเอกชนหรูชื่อดังย่านมีนบุรี ซึ่ง คุณโจ๊ก ได้นัดหมายกับ "ทีมล่าความจริง" ว่าจะเปิดเผยข้อมูลและหลักฐานทั้งหมดให้ทราบเร็วๆ นี้

ร.ร.เอกชน โต้ครูสาวตัดต่อข้อความปั่นกระแส


ทางด้านโรงเรียนเอกชน ได้ทำหนังสือ ชี้แจงหลังจากครูภัทร เข้าแจ้งความ ยอมรับว่าทางโรงเรียนได้บอกเลิกจ้างครูภัทรจริง เนื่องจากกระทำผิดหลายครั้ง เคยมีคำสั่งให้พักงานไป 2 ครั้ง แต่ก็ยังมีการฝ่าฝืนระเบียบของโรงเรียน โดยขั้นตอนการบอกเลิกจ้างทำถูกต้องทุกอย่างทุกขั้นตอน ส่วนกรณีการอ้างข้อความสนทนาทางไลน์ โต้ตอบกันระหว่างผู้รับใบอนุญาตกับลูกจ้างนั้น เป็นการตัดตอนข้อมูลบางส่วนมานำเสนอ เพื่อกลับเกลื่อนความผิดและปั่นกระแส เรื่องข้อพิพาทยังมีการฟ้องร้องคดีอยู่ในชั้นศาล

ข่าวล่าสุด