กระทั่งเวลา 17.30 น. สองสามีภรรยา คือนายต๊ะ อินปา อายุ 58 ปี และนางเฟื่อย อินปา อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64 ม.2 บ้านขุนกูน ต.ภูคา อ.ปัว จ.น่าน ซึ่งพ่อแม่ของนายจาย อินปา อายุ 36 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 บ้านขุนกุน ต.ภูคา อ.ปัว จ.น่าน ได้เดินทางกลับจากทำไร่ระหว่างทางได้เดินข้ามน้ำลำห้วยค่า ซึ่งอยู่เหนือหมู่บ้านซึ่งมีกระแสน้ำไหลเชี่ยวแรง ระหว่างนั้นนางเฟื่อย ได้ลื่นล้ม จึงถูกกระแสน้ำพัดสูญหาย ส่วนนายต๊ะ ได้รับบาดเจ็บที่สะโพกด้านขวาเล็กน้อย และได้นำตัวส่งโรงพยาบาลปัว เรียบร้อยแล้ว
การช่วยเหลือนั้นวันนี้เป็นที่ 3 ของการค้นหา โดยนายชนาธิป เสมแย้ม นายอำเภอปัว พร้อมกำลัง อส. พลเรือน ทหาร กองพันทหารม้าที่ 10 กรมทหารม้าที่ 2 หน่วยทหาร นพค.31 อ.ปัว ร้อย. ตชด.325 เชียงกลาง กู้ชีพ กู้ภัยและชาวบ้านขุนกุน หมู่ 2 บ้านผาเวียง หมู่ 3 ได้ช่วยค้นหาตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงบัดนี้ยังไม่พบเนื่องจากน้ำไหลเชี่ยว และมีอุปสรรคการเดินทาง รถยนต์ไม่สามารถขึ้นไปได้
นายไพศาล วิมลรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน ยังไม่น่าเป็นห่วง หากไม่มีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น คาดว่าเหตุการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ลาดชันสูง เมื่อเกิดเหตุน้ำป่าไหลบ่าท่วมบ้านเรือนประชาชน อันเป็นลักษณะของน้ำป่าไหลหลากมาเร็วไปเร็ว ขณะที่ระดับน้ำแม่น้ำน่าน เริ่มลดลงแล้ว ณ สถานีวัดระดับน้ำ N1 เขตเทศบาลเมืองน่าน
ทั้งนี้ หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมออกปฏิบัตหน้าที่ประสานการทำงานกันอย่างเข้มแข็งและมีความพร้อมรับมือกับสถานการณ์อุทภัย เป็นอย่างดี อาทิ ชุดเคลื่อนที่เร็ว กำลังพลทหาร ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ ปภ.ทุกอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อุปกรณ์ช่วยชีพ ยานพาหนะ และอื่นๆ พร้อมที่จะออกไปให้ความช่วยเหลือตลอดเวลาด้วยความรวดเร็ว โดยลักษณะอากาศท้องฟ้าเริ่มเปิดบางพื้นที่
ส่วนสถานการณ์ปริมาณน้ำในแม่น้ำน่าน เริ่มลดลงแล้ว เมื่อเวลา 10.00 น. อยู่ที่ระดับ 5.74 เมตร ความแรงกระแสน้ำ 863.50 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนที่อำเภอเวียงสา เป็นพื้นที่ท้ายน้ำที่จะรับมวลน้ำทั้งหมดจากตัวจังหวัดน่าน ที่สถานวัดระดับน้ำอยู่ที่ 7.26 เมตร ความเร็วกระแสน้ำ กว่า 1,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ขณะนี้นายณรงค์ อินโส หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน ได้ประสานไปยังเทศบาลตำบลเวียงสา เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้ทำการติดตั้งเครื่องสูบน้ำไว้พร้อม มีการสูบน้ำออกจากเขตเทศบาลเวียงสา ในทุก 2 ชั่วโมง เนื่องจากมีแรงดันน้ำเข้าท่อ นำกระสอบทรายมากั้นน้ำทุกจุดเพื่อป้องกันน้ำไหลเข้าเขตอำเภอเวียงสา ส่วนรายละเอียดต่างๆ ได้จัดชุดเคลื่อนที่เร็วลงพื้นที่อำเภอเวียงสาประสานการทำงานกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างเร่งด่วนแล้ว