เนชั่นทีวี

ข่าว

ตายตัดตอน "พุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์" ?

14 ก.ค. 2561 | Ekkapon

ตายตัดตอน "พุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์" ?

ความตายของ "พุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์" อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จากยาพิษผสมไวน์ ส่วน "น.ส.วาสนา ตะเภาพงษ์" หญิงคนสนิท หมอช่วยล้างท้องไว้ทัน เกิดคำถามขึ้นมากมาย ว่า ทำไมต้องกินยาตาย ตายเพื่อตัดตอนความผิด ไม่ให้สาวไปถึงคนอื่นหรือไม่ หรือใครสั่งให้ตาย ไปติดตามจากรายงาน "ตายตัดตอน"

พิธีศพ "พุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์" จัดอย่างเรียบง่ายตามจดหมายสั่งเสียของผู้ตาย ทิ้งเอาไว้ซึ่งปริศนาความตาย ตาย เพื่อ "ตัดตอน" ไม่ต้องให้มีใครเดือดร้อนกับคดีนี้ หรือไม่


สำหรับคดีอาญา เมื่อ "พุฒิพัฒน์" ตาย ถือว่าจบไปเฉพาะตัว แต่คดีโกงเงินคนไร้ที่พึ่ง "วรวิทย์ สุขบุญ" เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) บอกว่า คนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตในคดีเดียวกันนี้ ยังต้องดำเนินคดีต่อไป


ความตายของอดีตปลัดพม.ยังทิ้งปมชวนให้สงสัย ทว่าทนายความ กลับอ้างว่า "พุฒิพัฒน์" ไม่ได้กินยาตายเพื่อหนีความผิด เขาอ้างการสนทนาแบบลับๆ สองต่อสอง ภายในห้องส่วนตัว และ "พุฒิพัฒน์" พูดในทำนองน้อยใจใครบางคนที่ยอมรับฟังคำชี้แจงจากเขา


ใคร ที่ไม่ยอมรับฟังคำชี้แจง


และตามมาด้วย คำพูดก่อนตายว่า "ผมไม่ได้ร่วมมือกับเขา ผมสั่งให้หยุด แต่เขาไม่หยุด ผมพลาดที่ไว้ใจคนผิด" ซึ่งหลายคนทั้งใน พม. และคนภายนอก สงสัยว่า จะเป็นลูกน้อง หรือใครคนไหนที่ "พุฒิพัฒน์" สั่งให้หยุดแล้ว ไม่ยอมหยุด


ข้าราชการระดับไหน ที่ปลัดกระทรวง "สั่งให้หยุด แต่เขาไม่หยุด" หรือตัวการโกงคนไร้ที่พึ่ง จะอยู่เหนือกว่าปลัดพม. แล้วสำนวนการสอบสวนของ ป.ป.ท.ล่ะ พบใครที่เหนือขึ้นไปหรือไม่


อีกปมสงสัยหนึ่ง ของความตาย อดีตอาจารย์อาชญาจิตวิทยา คณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัยรามคำแหง "วิวัฒน์ชัย กุลมาตย์" บอกว่า น่าจะมีเงื่อนงำ ดูจากการเร่งรีบฌาปนกิจผิดสังเกต


วันพรุ่งนี้ หลายคนที่สงสัยผู้หญิงที่กินยาตาพร้อมอดีตปลัดพม. เป็นใครเกี่ยวข้องอย่างไร หรือไม่กับทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง ติดตามต่อได้ ในวันพรุ่งนี้


ความตายของพุฒพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดพม. พร้อมกับสั่งเสียทิ้งท้ายไว้กับทนายความว่า "ผมสั่งให้หยุด แต่เขาไม่หยุด ผมพลาดที่ไว้ใจคนผิด" เหมือนโทษคนเป็น ทิ้งให้สังคมสงสัยข้าราชการชั้นผู้น้อย กระทำผิดเอง ขณะที่ "วาสนา ตะเภาพงษ์" หญิงสาวที่กินยาตาย แต่กลับรอด อดีตเคยเป็นข้าราชการสังกัด พม.ด้วย ไปติดตามจากรายงาน "ตายตัดตอน" ตอนจบ


"วาสนา ตะเภาพงษ์" จากคำบอกเล่าของ "ฐณิฎฐา จันทนฤกษ์" ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดสมุทรปราการ ทำให้เราทราบว่า "วาสนา" เคยเป็นข้าราชการ พม. และได้ลาออกไปเมื่อปี 2559 ขณะที่มีทรัพย์สินเงินทองมากมาย ทั้งบ้าน และรถหลายคัน ซึ่ง ป.ป.ง.ได้อายัพทรัพย์สินไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

ทรัพย์สินที่โดนอายัด ชวนให้ติดตามต่อ เมื่อ มติป.ป.ง. 12 มิ.ย.2561 ให้ยึดทรัพย์ "พุฒิพัฒน์" และพวก ร่วม 88 ล้านบาท ทรัพย์สินที่อายัด เทียบไม่ได้กับความเสียหายที่ตรวจพบโดย ป.ป.ท.


ผู้เชี่ยวชาญ อาชญาจิตวิทยา "วิวัฒน์ชัย" ยังให้ข้อมูลว่า ป.ป.ง.ได้อายัดเงินบัญชีเพิ่มเติม อีก 20 ล้านบาท แต่ยังไม่ปรากฏเป็นข่าว อยู่ในระหว่างให้ "พุฒิพัฒน์" และ "วาสนา" ชี้แจง เมื่อ "พุฒิพัฒน์" เสียชีวิตไปแล้ว ทรัพย์สินที่อายัดเป็นชื่อของ "วาสนา" จึงอาจมีหลายเหตุผล หลายองค์ประกอบด้วยกัน เนื่องจากคดีนี้ทรัพย์สินมาก คาดว่า สูงกว่า 100 ล้านบาท


หาก "พุฒิพัฒน์" มีชีวิตอยู่ ยอมเปิดปากรับสารภาพถึงที่มาของทรัพย์สิน ย่อมมีความเสี่ยงทำให้ถูกยึดทรัพย์ได้ กรณีนี้จึงมีข้อน่าสงสัยอีกปม


การซุกทรัพย์สิน ให้คนรถ คนรับใช้ภายในบ้าน หรือคนสนิท ทำให้ในอดีตยากต่อการติดตามเพราะตามกฎหมายให้ถือเป็นคนอื่น ดังนั้น ป.ป.ช.จึงเสนอแก้กฎหมายใหม่ให้การแสดงบัญชีทรัพย์สิน รวมถึงผู้อยู่กินฉันสามีภรรยา แม้ไม้ได้จดทะเบียนสมรส


ปมสงสัยทั้งหมด คงต้องรอตำรวจหาความชัดเจน จากปากคำ "วาสนา" ที่รอดชีวิต ขณะกฎหมายใหม่ป.ป.ช.ให้กิ๊กยื่นบัญชีทรัพย์สิน นับเป็นการปิดช่องทาง มิให้นำเงินสีเทาไปฟอกผ่านนอมินี

ข่าวล่าสุด