นายกิตติพงษ์ อินต๊ะใจ หรือโกเก่ง รองประธานทีมหมูป่าทีนทอล์ค อะคาเดมี่ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า สิ่งที่ทำได้เหมาะสมที่สุดในขณะนี้คือ การส่งกำลังใจอยู่ห่างๆ เพราะเป็นช่วงเวลาที่เด็กๆ และโค้ชอยู่ระหว่างการดูแลทางการแพทย์ทั้งกาย และใจ ซึ่งทางผู้บริหารของทีมก็ฝากบอกผู้ปกครองไปถึงเด็กๆว่า ขอให้ทุกคนเข้มแข็ง และต่อสู้เหมือนเดิม และพี่ๆในทีมอีก 70กว่าชีวิตก็ยังรอการกลับเข้ามาฝึกซ้อมฟุตบอลเหมือนเดิม โดยทุกวันนี้การฝึกซ้อมก็เริ่มเป็นปกติแล้ว ต้องยอมรับว่า เด็กๆ ในทีมทุกคนมีระเบียบวินัย เป็นเด็กดี ไม่มีมั่วสุม ซึ่งที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่ทีมจะดูแล และพัฒนาในด้านการฝึกซ้อมแล้ว ในด้านของการเรียนของเด็กที่ยากจนก็ดูแลด้วย เพราะเป้าหมายคือ อยากให้เด็กในพื้นที่ได้รับโอกาสเท่าเทียมกับเด็กในพื้นที่อื่นๆ
หากว่าเด็กๆทั้ง 12 คน และโค้ชเอก พร้อมกับมาซ้อม ก็ต้องดูแลกันต่อไป และคงไม่มีการพูดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา อยากให้ทุกคนมองไปถึงอนาคตข้างหน้ามากกว่า เพราะทีมของเราไม่ได้มีเพียง 13 ชีวิต แต่มีมากถึง 80 ชีวิต ฉะนั้น ทุกอย่างยังคงพัฒนา และดูแลเท่าเทียมกันหมด ภายใต้การฝึกให้เป็นคนที่มีจิตใจที่ดี ต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม ตามตวามหมายของทีมก็คือ หมูป่า จะต้องสู้มีความแข็งแกร่ง และดุดัน ซึ่งต่อไปจะก้าวไปถึงการเป็นชมรม หรือเป็นสโมสรหรือไม่นั้นก็ต้องหารือกับทุกฝ่ายในทีมอีกครั้ง
"เร็วๆนี้ ทางผู้บริหารคงจะมีโอกาสไปเยี่ยมเด็กๆ และโค้ชเอก ตามช่วงเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น แต่สิ่งหนึ่งที่เราอยากจะทำร่วมกันคือ การต้อนรับกลับบ้านของ 13 ชีวิตในกลุ่มของพี่ๆน้องๆและผู้ปกครอง ซึ่งปกติเราจะกินข้าวร่วมกันอยู่แล้ว ประมาณ 2 - 3 เดือน 1 ครั้ง แต่ครั้งนี้น่าจะเป็นนัดพิเศษ คงจะต้องปิดร้านโรงเตี๊ยมให้เป็นสถานที่ในวันนั้น ส่วนเมนูอาหารนั้น อยากกินอะไรเราก็พร้อมเสิรฟ์ให้เด็กๆ ซึ่งคงจะเป็นเมนูที่เด็กๆชอบกิน เช่น ไก่ทอด,เฟรนฟราย ลูกชิ้นทอด น้ำหวาน และข้าวราดแกงต่างๆ " นายกิตติพงษ์ กล่าว
นายกมล จันทาพูน ที่ปรึกษาทีมหมูป่าทีนทอล์ค อะคาเดมี่ หรือ โกหลง กล่าวว่า ตั้งแต่แรกที่เกิดเหตุการณ์ได้ติดตามข่าว และมีความเชื่อมั่นในตัวเด็ก และโค้ชมาโดยตลอด เพราะทุกคนเป็นนักกีฬามีร่างกายแข็งแรง และมีจิตใจที่เข้มแข็ง โดยส่วนตัวตั้งแต่ที่ได้เข้ามาดูแล ทั้งเด็ก และโค้ช ก็รู้สึกผูกพันกับเด็กกลุ่มนี้มากเหมือนเป็นลูกหลาน ร่วมทำกิจกรรมต่างๆ กันมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเรามีเป้าหมายต้องการสานฝันให้เด็กๆ ในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายได้รับโอกาส และก้าวไปสู่วงการนักเตะมืออาชีพตามศักยภาพที่แท้จริง
ขณะที่การหารือของทีมผู้บริหาร และโค้ชทีมหมูป่าทีนทอล์ค อะคาเดมี่เมื่อเร็วๆ นี้ ทางนายกมล หรือโกหลง ได้แจ้งให้ทุกคนทราบว่า จะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับผลประโยชน์ใดๆ ที่จะมีต่อเด็กๆ และโค้ชทั้ง 13 คน ขอให้ประสาน หรือติดต่อกับผู้ปกครองของเด็ก เพราะตั้งแต่แรกที่ทำทีมขึ้นมา ต้องการพัฒนาเด็กมากกว่า และเมื่อถึงเวลานี้ สังคมต้องจับตามองว่าทีมจะไปในทิศทางไหน ซึ่งก็ยังคงยืนยันว่า การพัฒนาเด็กให้ไปสู่นักเตะมืออาชีพนั้นยังเป็นเป้าหมายหลัก และเราไม่ได้มีเด็กในความดูแลเพียง 13 คน แต่รวมๆแล้วมีเด็กนักฟุตบอลในทีมหลายรุ่นมากถึง 80 คน
นายนพรัตน์ กันทะวงค์ โค้ชทีมหมูป่าทีนทอล์ค อะคาเดมี่ กล่าวถึงผู้อยู่เบื้องหลังที่เป็นผู้สนับสนุนหลัก ว่า ทั้งโกหลง ผู้บริหารหจก.กนกวรรณ 2016 และโกเก่ง เจ้าของโรงเตี๋ยม168 และเป็นนักกีฬายิงปืน เป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ของอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงใหม่ อายุเพียง 38 ปี และทั้งคู่ชื่นชอบการเล่นกีฬา ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอล , ยิงปืน และปั่นจักรยาน โดยชื่อทีมหมูป่าหมูป่าทีนทอล์ค อะคาเดมี่ นั้นมีโกหลงเป็นคนตั้งชื่อ เพราะทำธุรกิจส่งออกหมูไปจีน ซึ่งหากเปรียบความหมาย ก็คือ "ต้องสู้" ซึ่งดูจากโลโก้ก็สื่อให้เห็นว่า เป็นภาพหมูป่าที่พร้อมจะสู้ตลอดเวลา ซึ่งเมื่อนำมาใช้กับทีมฟุตบอล ก็คงไม่ต่างกับการเป็นนักกีฬาที่ต้องสู้นั่นเอง
"แต่ละปีโกหลงจะเป็นผู้สนับสนุนจากงบประมาณส่วนตัว และนำงบประมาณจากผู้สนับสนุนเข้ามาทำทีมหมูป่าทีนทอล์ค อะคาเดมี่เป็นตัวเลขมากถึง 6 หลัก ซึ่งทำมา 4-5 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้ก็ชื่อทีมว่า SS ซึ่งเป็นรุ่นใหญ่มาก่อน ก่อนที่จะมาเปลี่ยนเป็น ทีมหมูป่าทีนทอล์ค อะคาเดมี่ ใน 2-3 ปีหลังถัดมา เพราะต้องการให้เด็กด้อยโอกาสในอำเภอแม่สาย ที่ชื่นชอบกีฬาได้มีโอกาสเข้าถึงการฝึก การซ้อม การแข่ง และการไปสู่นักฟุตบอลอาชีพ และยังมีโกเก่งเป็นผู้สนับสนุนเช่นเดียวกัน ซึ่งแต่ละครั้งที่พาเด็กนักฟุตบอลไปแข่งขันทั่วภาคเหนือนั้น จะไปประมาณ 20 คน และละครั้งก็ใช้งบประมาณหลักพันจนถึงหลักหมื่น เพราะฉะนั้น ก็เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของทีมผู้บริหาร และยืนยันว่า หลังจากนี้เด็กๆในท้องถิ่นก็มีโอกาสที่จะพัฒนาไปสู่นักเตะมืออาชีพได้ " นายนพรัตน์ กล่าว