โดยมีการประกาศให้สื่อมวลชนทุกแขนงทั้งชาวไทยและต่างประเทศ นับพันคนให้เข้ามาเก็บข้าวของ อุปกรณ์ต่างๆ ออกจากบริเวณภายในวนอุทยานถ้ำหลวงฯให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 09.00 น. สร้างความโกลาหลวุ่นวายให้กองทัพสื่อมลชนจำนวนมาก ต่างมีการต่อรองเจรจา ขอปักหลักรายงาน และถามเหตุผลการให้ย้ายออกจากพื้นที่ นอกจากนี้ ไม่เพียงสื่อมวลชนเท่านั้นที่ต้องออกจากพื้นที่ ยังมีจิตอาสา และเจ้าหน้าที่บางส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานต้องออกนอกพื้นที่ด้วย
ทั้งนี้ ภายหลังประกาศดังล่าวทางสื่อมวลชนต่างแห่มายึดครองหาพื้นที่ในอบต.โป่งผา ซึ่งเดิมเป็นสถานที่รับบริจาคสิ่งของและโรงครัวที่ปรุงอาหาร ก่อนนำไปส่งให้กับผู้ปฎิบัติหน้าที่ภายในวนอุทยานถ้ำหลวง ทำให้ในพื้นที่คราคร่ำไปด้วยกองทัพสื่อมวชชนและจิตอาสาจำนวนมาก จนแออัดถนัดตา ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ อบต.ได้มีการจัดหาเต้นท์ และโต๊ะเก้าอี้ ไว้รองรับ แต่ก็ไม่เพียงพอกับจำนวนคนนับพันที่มารอการแถลงข่าวของศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายฯ
ขณะที่โรงแรมแม่สายการ์เด้นซิตี้ ซึ่งเป็นจุดจอดรถ รับส่งไปวนอุทยานฯถ้ำหลวง ยังคงมีรถสองแถวจอดรอรับส่งเจ้าหน้าที่จะเดินทางไปถ้ำหลวง แต่บรรยากาศโดยทั่วไปไม่คึกคักเหมือนเดิม เนื่องจากสื่อมวลชนมาปักหลักที่อบต.โป่งผาแทน คงจะมีเพียงเจ้าหน้าที่บางส่วนที่จำเป็นต้องเข้าไปปฎิบัติงาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฎิบัติงานแจ้งว่าเริ่มจะมีการถอนกำลังบางส่วนออก หลังจากไม่อนุญาตให้เข้าพื้นที่ถ้ำหลวง
สำหรับคำสั่งขอคืนพื้นที่สื่อมวลชนดังกล่าว เริ่มมาจากตั้งแต่เมื่อวานที่ทางเจ้าหน้าที่เริ่มนำเชือกมากั้น และจำกัดพื้นที่ของสื่อมวลชนในการตั้งกล้องและยืนรายงานข่าว รวมทั้งมีการนำ"สแลน" สีเขียว มาปิดกั้นบริเวณปากทางเข้าถ้ำ เรื่อยไปถึงเต็นท์พักของเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยซีล และเจ้าหน้าที่กู้ภัย เพื่อกันไม่ให้เห็นการปฎิบัติหน้าที่ภายใน จนสื่อมวลชนบ่นอุนกันเป็นทิวแถว ซึ่งคำสั่งดังกล่าวน่าจะมาจาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ที่เดินทางลงพื้นที่และร่วมประชุมสรุปสถานการณ์ช่วยเหลือ และพบปัญหาว่ากองทัพสื่อมวลชนเป็นอุปสรรคในการทำงานอย่างมาก
โดยที่ร้ายแรงกว่านั้น เมื่อมีการจำกัดพื้นที่ให้รายงาน ปรากฎว่ามีสื่อมวลชนบางส่วนละเมิดคำสั่ง ไปยืนรายงานบนถนน และกีดขวางจราจร เมื่อไปตักเตือนก็ไม่ฟัง นอกจากนี้ บางคนแอบลอด"สแลน" เข้าไปถ่ายภาพในจุดที่ทางเจ้าหน้าที่ห้ามเข้าไป จนเป็นที่มาของคำสั่งดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทันทีที่มีคำสั่งดังกล่าว ทางกลุ่มสื่อมวลชน พยายามที่จะต่อรองขออยู่รายงานการช่วยเหลือในบริเวณวนอุทยานถ้ำหลวงฯ โดยผ่อนผันให้เหลือเพียงสื่อละ 1 ทีม แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ปฎิเสธโดยให้เหตุผลเป็นคำสั่งของผู้บังคับบัญชา และในเวลา09.00น.ทางนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายเด็กทั้ง 13 คน ที่ถ้ำหลวง-ขุน้ำนางนอน จะแถลงข่าวความคืบหน้าของแผนการปฎิบัติงานในวันนี้