จากการตรวจสอบพบว่า แม่เฒ่ารายนี้มีชื่อว่า นางสวง สิงหกลางพล อายุ 78 ปี เป็นชาวจังหวัดกาญจนบุรี โดยกำเนิด ก่อนย้ายภูมิลำเนามาอยู่ในบ้านเลขที่ 224 ม.10 ต.บ้านกอก อ.จตุรัส จ.ชัยภูมิ ล้มป่วยเป็นอัมพฤกษ์ขาทั้ง 2 ข้าง ใช้การไม่ได้ ต้องใช้ชีวิตอยู่บนรถเข็นวีลแชร์ ส่วนหลานชายชื่อ นายสราวุธ มะลิวัลย์ อายุ 33 ปี ขาทั้ง 2 ข้าง พิการจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ แต่ยังสามารถเดินได้ ซึ่งภายในศาลาพบกระสอบใส่เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ และรถเข็นวีลแชร์สภาพเก่า ซึ่งทั้งคู่ไม่มีเงินติดตัว มีเพียงอาหารที่ชาวบ้านนำมาให้ประทังชีวิต เพราะเกิดความเวทนา
นางสวง เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า เดิมทีชีวิตครอบครัวก็อยู่กันอย่างพร้อมหน้าอบอุ่น ตนมีสามีและมีบุตรชายด้วยกัน 2 คน กระทั่งเมื่อ 15 ปี ชีวิตกลับต้องพลิกผันเมื่อจู่ ๆ ขาทั้ง 2 ข้างก็ใช้การไม่ได้ หมอบอกว่า ทำงานหนักเกินไป ต้องป่วยเป็นโรคอัมพฤกษ์ ด้วยความยากจนก็ไม่ได้เดินทางไปรักษาที่ไหน ใช้ชีวิตอย่างคนพิการขาเดินไม่ได้มาตั้งแต่บัดนั้น ไม่นานสามีก็ได้ทิ้งหนีหายไป ส่วนบุตรชายคนโตก็มาล้มตายจากไป เหลือเพียงคนเล็ก ก็ทิ้งตนมามีครอบครัวอยู่ที่สัตหีบ ไม่กลับไปดูแลอีกเลย มีเพียงหลานชาย ซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมของลูกชายคนเล็ก ที่ตนได้ชุบเลี้ยงไว้ตั้งแต่เกิด แต่ก็ต้องมาตกเคราะห์กรรมขาพิการจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ด้วยวัยเพียง 8 ขวบ ตนได้เลี้ยงดูมาจนเติบใหญ่ จนมาล้มป่วยพิการตอนหลานอายุประมาณ 18 ปี เมื่อหลานเห็นตนเดินไม่ได้ ก็ไม่เลยละทิ้งหน้าที่ดูแลตนเสมือนพ่อแม่ ยึดความกตัญญูเป็นที่ตั้ง ออกหางานทำรับจ้างเพื่อหาเงินมาเลี้ยงปากท้องตนให้มีชีวิตรอด แม้บางทีหลานต้องยอมอดเพื่อให้ตนได้กิน หากวันไหนไม่มีคนจ้างงาน หลานก็จะไปกราบพระขอข้าววัดนำมาให้ตนได้กิน ยอมอดมื้อกินมื้อ แต่ไม่เคยให้ตนต้องอด