เริ่มจาก "กองทัพบก" ใช้กำลัง 996 นาย ประกอบด้วย ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก กองทัพภาคที่ 3 กรมรบพิเศษที่ 5 จังหวัดเชียงใหม่ กองพันปฏิบัติการพิเศษ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จังหวัดลพบุรี หน่วยเฉพาะกิจทหารม้าที่ 3 กองกำลังผาเมือง มณฑลทหารบกที่ 37 กองพลทหารราบที่ 7 กองพันทหารสื่อสารที่ 23 เฮลิคอปเตอร์ จากศูนย์การบินทหารบก และเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัย รถขุดตัก รถลากจูง รถครัวสนาม
"กองทัพเรือ" ใช้กำลังรวม 95 นาย ประกอบด้วย หน่วยเรือรักษาความสงบตามลำน้ำโขง หรือ นรข. เขตเชียงราย หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ หรือ นสร. ซึ่งก็คือ "หน่วยซีล" ล่าสุดวันนี้ 2 กรกฎาคม ส่งกำลังเข้าไปเพิ่มอีก 20 นาย รวมใช้กำลังหน่วยซีลทั้งสิ้นจนถึงขณะนี้ 84 นายแล้ว นอกจากนั้นยังมี กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ กรมแพทย์ทหารเรือ เข้าร่วมในภารกิจนี้ด้วย
"กองทัพอากาศ" เน้นภารกิจสนับสนุนและลำเลียง โดยใช้เครื่องบิน C-130 (อ่านว่า ซี-ร้อย-สาม-สิบ) ใช้กำลังจาก กองบิน 6 กองบิน 41 เจ้าหน้าที่ชุดควบคุมห้วงอากาศ จำนวน 15 นาย จากศูนย์สนับสนุนทางอากาศโดยตรงที่ 3 จังหวัดพิษณุโลก สถานีรายงานดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่จากส่วนนี้เข้าพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน เพื่อควบคุมการจราจรทางอากาศของเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ทุกชนิด รวมถึงโดรน ในรัศมี 15 ไมล์ ความสูง 2,500 ฟุตเหนือเขานางนอน เพื่อให้การจราจรทางอากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ปลอดภัย
"กองทัพไทย" ประกอบด้วย สำนักงานทหารพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จัดตั้งศูนย์ติดต่อประสานงาน เพื่อสนับสนุนการค้นหา หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 35 สำนักงานทหารพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จัดกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์สนับสนุนการค้นหา ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ติดตั้ง Web conference (เว็บ-คอน-เฟอ-เร้น) และ เจ้าหน้าที่เสนารักษ์
นี่คือการรวมพลังครั้งใหญ่ที่สุดไม่ใช่แค่กองทัพไทย แต่เป็นคนไทยทั้งประเทศ เพื่อพา 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง ให้กลับคืนสู่อ้อมกอดของครอบครัวให้ได้อย่างปลอดภัย