กองสลาก อ่วม!! ชดใช้ "ล็อกซเล่ย์" 945 ล้าน เบี้ยว "หวยออนไลน์"
28 มิ.ย. 2561 | teerawat_cha

ศาลปกครองกลาง ชี้ กองสลากฯ เบี้ยวโครงสลากเลขท้ายออนไลน์ หลังทำสัญญา "ล็อกซเล่ย์ จีเท็ค" ปี 48 กระทบเงินลงทุน ต้องชดใช้ตามสัดส่วน ขณะที่คดีรอลุ้นอุทธรณ์ได้อีก
ข่าว
28 มิ.ย. 2561 | teerawat_cha

ศาลปกครองกลาง ชี้ กองสลากฯ เบี้ยวโครงสลากเลขท้ายออนไลน์ หลังทำสัญญา "ล็อกซเล่ย์ จีเท็ค" ปี 48 กระทบเงินลงทุน ต้องชดใช้ตามสัดส่วน ขณะที่คดีรอลุ้นอุทธรณ์ได้อีก
ที่ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ วันที่ 28 มิ.ย.61 นายวิรัช ร่วมพงษ์พัฒนะ ตุลาการศาลปกครอง เจ้าของสำนวน และองค์คณะรวม 3 คน มีคำพิพากษาให้ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ผู้ถูกฟ้อง ชำระเงินจำนวน 945,649,656 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินต้นดังกล่าว ให้กับ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเท็ค เทคโนโลยี จำกัด ผู้ฟ้อง ซึ่งเป็นคู่สัญญาให้บริการระบบเกมสลาก ตามสัญญาเมื่อปี 2548 โดยให้ดำเนินให้เสร็จภายใน 60วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด
โดยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้ทำสัญญาจ้าง บริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเท็ค เทคโนโลยี จำกัด ผู้ฟ้อง ตามสัญญาเลขที่ 119/2548 ลงวันที่ 29 ก.ค.48 เพื่อให้บริการระบบเกมสลาก ซึ่งให้บริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเท็คฯ ผู้ฟ้องติดตั้งศูนย์ประมวลผลหลัก ผลสำรอง , ติดตั้งช่องทางสื่อสารเชื่อมโยงระบบหลัก-สำรอง , ติดตั้งซอฟต์แวร์ระบบเกมสลากที่ระบบคอมพิวเตอร์หลัก-สำรอง , ติดตั้งระบบสำหรับพัฒนาและทดสอบระบบเกมสลากที่ศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก , ติดตั้งช่องทางสื่อสารและเครื่องจำหน่ายสลาก จำนวน 1,065 เครื่อง ในพื้นที่ กทม.-ปริมณฑล , ติดตั้งระบบคอลซ็นเตอร์ (call center) ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าทางโทรศัพท์เพื่อให้บริการผู้แทนจำหน่ายสลากทดสอบการทำงานระบบเกมสลาก , ทดสอบระบบทดแทน และทดสอบสมรรถนะ ซึ่งเมื่อเดือน ธ.ค.48 เม.ย.49 ก็ได้ส่งมอบเครื่องเครื่องจำหน่ายสลาก และติดตั้งระบบ รวมทั้งการฝึกอบรมบุคลากร แล้วในเดือน พ.ย.49 บริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเท็คฯ ผู้ฟ้อง ได้ติดตั้งเครื่องจำหน่ายสลากครบ 6,761 รายทั่วประเทศ
กระทั่งเมื่อปี 2551 คณะกรรมการตรวจการจ้างถึง ผอ.สำนักงานสลากฯ และสำนักงานสาลกฯ ผู้ถูกฟ้อง ก็มีหนังสือเดือน ส.ค.51 ถึงผู้ฟ้องรับทราบรายงานผลแล้ว ถือว่าผู้ฟ้องได้ปฏิบัติตามสัญญาแล้ว และผู้ถูกฟ้องต้องทำปฏิบัติตามสัญญา คือการเริ่มจำหน่ายสลากหลังจากที่ติดตั้งเครื่องเสร็จรวม 3,055 เครื่อง กระทั่งผู้ฟ้องต้องมีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี , รมว.คลัง , ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด)สำนักงานสลากฯ และบอร์ด รวมทั้งรักษาการ ผอ.สำนักงานสลากฯ เพื่อขอความเป็นธรรมดำเนินการจำหน่ายสลากเลขท้าย 3 ตัวและ 2 ตัว ด้วยเครื่องจำหน่ายสลาก แต่ในปี 2553 สำนักงานสลากฯ ผู้ถูกฟ้อง กลับแจ้งว่า บอร์ดมีมติเดือน ม.ค.53 ให้ชะลอโครงการไว้ก่อนเพื่อรอผลจากคณะทำงานที่นายกฯ แต่งตั้ง ดังนั้นผู้ฟ้องจึงมีหนังสือ สำนักงานสลากฯ ผู้ถูกฟ้อง ให้ดำเนินการตามสัญญา และชำระค่าเสียหายจากที่ผู้ฟ้องติดตั้งระบบต่างๆไปแล้วและการคงไว้ซึ่งการเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตามสัญญา รวมเป็นเงิน 1,375,077,253 บาท และค่าเสียหายที่จะเป็นค่าใช้จ่ายเมื่อเริ่มจำหน่ายสลากจริงอีก 98,340,383 บาท
อย่างไรก็ดี องค์คณะศาลปกครองกลาง พิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว จึงมีคำพิพากษาว่า ระหว่างการทำสัญญานั้นไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า บริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเท็คฯ ผู้ฟ้อง จะรู้ว่าสำนักงานสลากฯ ผู้ถูกฟ้อง ไม่มีอำนาจที่จะทำสัญญา แต่เป็นสัญญาที่ปฏิบัติไม่ได้อย่างแน่แท้เพราะหากมีการปฏิบัติตามสัญญาโดยจำหน่ายสลากก็ย่อมฝ่าฝืนกฎหมาย ดังนั้นสัญญาดังกล่าวเป็นอันเลิกไปเมื่อผู้ฟ้อง นำคดีมาฟ้องศาลเมื่อวันที่ 7 เม.ย.54 ที่ถือเป็นกรณีที่ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเท็คฯ ผู้ฟ้องแสดงเจตนาเลิกสัญญา
ขณะที่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ภายหลัง สำนักงานสลากฯ ผู้ถูกฟ้อง ทำสัญญากับ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเท็คฯ ผู้ฟ้องแล้ว ผู้ฟ้องได้เตรียมการเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามสัญญาโดยสุจริตแล้ว จึงแสดงให้เห็นด้วยว่าก่อนการทำสัญญาผู้ถูกฟ้อง ไม่ได้ตรวจสอบข้อกฎหมายให้ถูกต้องครบถ้วน แต่มาตรวจสอบภายหลังจากการทำสัญญาและบริษัทผู้ฟ้องดำเนินไปบางส่วนแล้ว ขณะที่ สำนักงานสลากฯ ผู้ถูกฟ้องไม่สามารถจำหน่ายสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว-2 ตัวได้ แล้วก็แจ้งให้ผู้ฟ้องเริ่มบริการตามสัญญาซึ่งย่อมฝ่าฝืนต่อกฎหมาย การกระทำจึงเกิดจาก สำนักงานสลากฯ ผู้ถูกฟ้อง ดังนั้น บริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเท็คฯ ผู้ฟ้อง ย่อมมีสิทธิได้รับค่าชดเชยที่ไม่อาจบังคับให้เป็นไปตามสัญญาได้
จึงพิพากษาให้ สำนักงานสลากฯ ผู้ถูกฟ้อง ชดใช้ค่าเสียหายส่วนเงินลงทุน จากที่ สำนักงานสลากฯ ผู้ถูกฟ้อง ได้ชี้แจงว่า ในการจำหน่ายสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว และ 2 ตัว แบบเขียน ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.46 -วันที่ 16 พ.ย.49 รวม 80 งวด ดังนั้นศาลจึงกำหนดเป็นค่าเสียหายให้จ่ายกับ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเท็คฯ ผู้ฟ้องเป็นเงินจำนวน 945,649,656 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5ต่อปี ของเงินต้นดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ
อย่างไรก็ดี คดีดังกล่าวยังไม่ถึงที่สุด เนื่องจาก ตามกฎหมายคู่ความยังสามารถยื่นอุทธรณ์คดีต่อศาลปกครองสูงสุด ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ศาลปกครองกลางตัดสิน