จังหวัดขอนแก่นเตรียมเรียกนายทุนเงินกู้ที่มีรายชื่อตามบัญชีข้อมูลของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น เข้าสู่ขั้นตอนการไกล่เกลี่ย หากไม่ให้ความร่วมมือพร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายเด็ดขาดส่วนประเด็นที่สังคมสังสัยว่าอาจจะมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ ยังเป็นเพียงการตั้งข้อสงสัยเท่านั้น

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

เตรียมเรียก "นายทุนเงินกู้" ตามบัญชีเข้าไกล่เกลี่ย

(28 มิ.ย. 61) ความคืบหน้ากรณีศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค4 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดยุทธการขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่ นำกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 400 นาย พร้อมหมายศาลจู่โจมตรวจค้นบ้านพักนายทุนเงินกู้ดอกเบี้ยโหด ตามพื้นที่เป้าหมายในเขตอำเภอเมืองและอำเภอกระนวน จ.ขอนแก่น รวม 17 จุด



โดยมีการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย นายพรเลิศ อนุรักษ์มนตรี อายุ 57 ปี นายธนพร อนุรักษ์มนตรี อายุ 47 ปี นายไพโรจน์ โนนใหม่ อายุ 50 ปี และนายเด่นชัย ศิริศรีมังกร อายุ 48 ปี พร้อมของกลางเอกสารซึ่งเป็นหลักฐานการกู้ยืมเงินและเอกสารสำคัญอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับสัญญา เอกสารโฉนดที่ดินผู้เสียหายจำนวนมาก และอาวุธปืนไม่มีทะเบียน จำนวน 1 กระบอก ส่วนอีก 1 ราย คือ นายสมชาย ศรีศิริมงคล อายุ 77 ปี อยู่ระหว่างการติดตามจับกุม ซึ่งทั้งหมดถูกตั้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ให้ผู้อื่นยืมเงินโดยคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด และปลอมเอกสารสิทธิ



ล่าสุด นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า การดำเนินการเกี่ยวกับกรณีนายทุนเงินกู้ที่ปล่อยเงินกู้ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขณะนี้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่นได้มีการประมวลข้อมูลไว้แล้ว โดยหลังจากนี้จะมีการเชิญผู้ที่ปล่อยเงินกู้เข้ามาพบเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าสู้กระบวนการไกล่เกลี่ยตามขั้นตอน แต่หากไม่ได้รับความร่วมมือทางจังหวัดก็จะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้เกิดความยุติธรรมต่อทุกฝ่ายในสังคม โดยเฉพาะผู้ที่ด้อยโอกาศ ซึ่งตามเจตนารมของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ซึ่งหลังจากนี้หากทางจังหวัดขอความร่วมมือกับผู้ที่ประกอบธุรกิจในด้านนี้ไป ก็ขอให้เข้ามาพบและพูดคุยตามขั้นตอน



ส่วนประเด็นที่สังคมสังสัยว่าอาจจะมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ ยังเป็นเพียงการตั้งข้อสงสัยเท่านั้น ซึ่งทางจังหวัดจะมีการตรวจสอบ หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐหรือข้าราชการคนใดเข้าไปเกี่ยวข้องในการกระทำผิด ก็จะต้องถูกดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญา เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบแบบแผนของทางราชการต่อไป

เตรียมเรียก "นายทุนเงินกู้" ตามบัญชีเข้าไกล่เกลี่ย



อย่างไรก็ตาม ได้ฝากไปถึงประชาชนว่าทางรัฐบาลได้มีนโยบายในการดูแลทุกข์สุขของประชาชน ซึ่งทางรัฐบาลได้เปิดโอกาสในการช่วยเหลือไว้ 2 ส่วน ส่วนแรกคือ กรณีผู้ที่ได้มีการไปกู้เงินกับนายทุนเงินกู้แล้ว สามารถแจ้งความจำนงเพื่อเข้าสู่การช่วยเหลือจากคณะอนุกรรมการไกล่เกลี่ยหนี้นอกระบบได้ ส่วนที่สองเป็นขั้นตอนหลังจากเข้าสู่การไกล่เกลี่ยแล้วเสร็จ หากยังมีความจำเป็นในการใช้เงิน ก็สามารถเข้าสู่กระบวนการการฟื้นฟูหนี้ซึ่งทางรัฐลบาลได้มีการออกแบบไว้แล้ว