ด้านนายนริศ นิรามัยวงศ์ นายอำเภอบางละมุง กล่าวว่าโครงการนี้ได้เสนอของบประมาณไปยังกองทุนไฟฟ้าของจังหวัดในงบรวมกว่า 6 ล้านบาท เพื่อนำมาจัดสร้างสะพานคนข้ามอำนวยความสะดวกให้กับเด็กนักเรียน ผู้ปกครองและชาวบ้าน ซึ่งได้อนุมัติและผ่านความเห็นชอบแล้วเพียงรอการยินยอมจากสถานประกอบการทั้ง 2 ด้านที่จะมีการจัดทำทางขึ้นลงตามความเห็นของกรมทางหลวง ซึ่งทางฝั่งหน้าโรงเรียนที่อยู่ใกล้กับสถานีบริการน้ำมันของภาคเอกชนนั้นคงไม่มีปัญหาอะไรยังเหลือเพียงหน้าสถานพักฟื้นแห่งนี้ เนื่องจากมีการขยับขึ้นลงจากจุดเดิม จึงต้องรอการประชุมเพื่อขอความเห็นจากทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งกรณีนี้ทางชาวบ้านเป็นห่วงว่าหากมีผลสรุปล่าช้าก็อาจทำให้งบประมาณตกไปได้ เนื่องจากใกล้สิ้นปีงบประมาณในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้
ด้าน พ.ต.อ.สำเริง ส่งเสียง ผกก.ฝ่ายสวัสดิการ ในฐานะที่กำกับดูแลสถานพักฟื้นดังกล่าว กล่าวในที่ประชุมว่าสำหรับการสร้างสะพานลอยแห่งนี้น่าจะเป็นเรื่องดี เพราะเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับเยาวชนและชาวบ้าน แต่การขยับแนวครั้งแรกซึ่งย้ายไปอยู่ปากทางเข้าโรงเรียนที่ทาง สนง.ตร.ได้เห็นชอบไปแล้วนั้น พบว่ากรมทางหลวงแย้งว่าไม่เหมาะสม เนื่องจากซอยของโรงเรียนแห่งนี้เป็นที่ตั้งของคลังก๊าซปิโตรเลียม ซึ่งมีรถบรรทุกวิ่งเข้าออกเป็นประจำและอาจทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่มีปัญหาจนเกิดอุบัติภัยขึ้นได้ จึงมีการขยับแนวการก่อสร้างใหม่ ซึ่งเรื่องนี้ก็คงต้องทำเรื่องเสนอคณะกรรมการในส่วนกลางเพื่อพิจารณาอีกครั้ง อย่างไรก็ตามกรณีนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติคงไม่ติดขัดอะไร และจะเร่งประชุมเพื่อพิจารณาให้ทันต่องบประมาณที่ต้องเร่งรัดดำเนินการในเร็ววันนี้แน่นอน
ทั้งนี้ในช่วงท้ายกลุ่มผู้นำชุมชน และชาวบ้านได้มอบกระเช้าแสดงขอบคุณผ่านไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พร้อมจะรอผลการพิจารณาเพื่อดำเนินการต่อไป