สตีเวน มนูชิน ทวีตข้อความระบุว่า สหรัฐเตรียมออกคำแถลงในปลายสัปดาห์นี้ เกี่ยวกับการจำกัดการลงทุนต่อทุกประเทศทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะจีน หากพบว่าประเทศใดละเมิดสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาต่อสินค้าด้านเทคโนโลยีของสหรัฐ ส่งผลดาวโจนส์ดิ่งลงเกือบ 500 จุดเมื่อวันจันทร์

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ส่วนที่ปรึกษาการค้าของทรัมป์เผยสหรัฐยังไม่มีแผนจำกัดการลงทุนต่างชาติ ชี้ตลาดหุ้นมีปฏิกริยาต่อข่าวมากเกินไป


ขณะที่สี จิ้นผิง เตรียมพร้อมที่จะตอบโต้แนวนโยบายกีดกันการค้าของสหรัฐอย่างฉับพลัน โดยกล่าวกับซีอีโอบริษัท 20 คน ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นธุรกิจข้ามชาติของ American และ European Multinational ที่กรุงปักกิ่ง ว่าต้องเข้าใจในวัฒนธรรมของจีน เมื่อมีใครมาตบหน้า ก็ต้องมีการตบเอาคืน


1. สตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ทวีตข้อความระบุว่า สหรัฐเตรียมออกประกาศจำกัดการลงทุนต่อทุกประเทศทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะจีน หากพบว่าประเทศใดละเมิดสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาต่อสินค้าด้านเทคโนโลยีของสหรัฐ


โดยทวิตเตอร์ชองรัฐมนตรีคลังสหรัฐเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ได้ชี้แจงถึงกรณีข่าวเกี่ยวกับทางการสหรัฐจะจำกัดการลงทุนของจีนที่ปรากฎในสื่อสหรัฐนั้น ถือเป็นข่าวลวง โดยคนปล่อยข่าวอาจจะไม่รู้เรื่องจริง ซึ่งกระทรวงการคลังจะออกหนังสือชี้แจงที่ไม่ระบุโดยตรงถึงจีนเท่านั้น แต่จะเป็นแถลงการณ์ต่อทุกประเทศที่กำลังพยายามขโมยเทคโนโลยีของสหรัฐ


สตีเวน มนูชิน ทวีตระบุ สหรัฐเตรียมแถลงเกี่ยวกับการจำกัดการลงทุนทุกประเทศทั่วโลก




2. ขณะที่ข่าวดังกล่าวได้นำเสนอโดยวอลล์สตรีท เจอร์นัล ในวันก่อนหน้านี้านนี้ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วางแผนที่จะห้ามบริษัทของจีนเข้าลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีของสหรัฐ และจะห้ามบริษัทสหรัฐส่งออกเทคโนโลยีให้กับจีน โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง พร้อมกับระบุว่าา กระทรวงการคลังสหรัฐกำลังร่างกฎหมายเพื่อห้ามไม่ให้บริษัทที่มีชาวจีนถือหุ้นอยู่อย่างน้อย 25% เข้าซื้อบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยี


วอลล์สตรีท เจอร์นัล ยังระบุว่า ในการเตรียมประกาศมาตรการดังกล่าวจะมีขึ้นในสัปดาห์นี้ เพื่อตอบโต้แนวนโยบาย Made In China 2025 เนื่องความต้องการของจีนที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำเทคโนโลยีในระดับโลก


3. ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ทวีตข้อความที่ระบุว่า สหรัฐขอยืนกรานให้ทุกประเทศทั่วโลกที่ได้ตั้งกำแพงการค้า และเรียกเก็บภาษีต่อสินค้าที่นำเข้าจากสหรัฐ ให้ยกเลิกกำแพงการค้า และการเรียกเก็บภาษีดังกล่าว มิฉะนั้นจะต้องเผชิญมากกว่ามาตรการตอบโต้จากสหรัฐ เพราะการทำการค้าจะต้องมีความเป็นธรรม และไม่ใช่กระทำการแต่เพียงฝ่ายเดียว


ทางด้านปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาด้านการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ระบุว่า ตลาดหุ้นมีปฏิกริยามากเกินไปต่อกระแสข่าวที่คณะทำงานของประธานาธิบดีสหรัฐจะใช้มาตรการจำกัดการลงทุนจากต่างประเทศเนื่องจากสหรัฐยังไม่มีแผนการจำกัดการลงทุนจากจีนและประเทศอื่นๆในขณะนี้


ทั้งๆ ที่ นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับความพยายามของทำเนียบขาว ในการปกป้องคุ้มครองการส่งออกของอเมริกา รวมทั้งความพยายามในการผลักดันเศรษฐกิจให้มีความก้าวหน้า


4. ขณะที่ผู้นำของจีนเตรียมพร้อมที่จะตอบโต้แนวนโยบายกีดกันการค้าของสหรัฐอย่างฉับพลัน ซึ่งประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวกับซีอีโอบริษัท 20 คน ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นธุรกิจข้ามชาติของ American และ European Multinational เมื่อสัปดาห์ก่อนที่กรุงปักกิ่ง ว่าต้องเข้าใจในวัฒนธรรมของจีน เมื่อมีใครมาตบหน้า ก็ต้องมีการตบหน้าคืน


โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวถึงความพร้อมที่จีนจะ Strike Back ต่อสหรัฐ ซึ่งนั่นหมายถึงว่า จะส่งผลกระทบธุรกิจสหรัฐจะต้องเผชิญกับความล่าช้า ขณะที่ผู้บริโภคชาวอเมริกันจะต้องแบกรับกับปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นตามมา

5. ในความแตกตื่นของนักลงทุนที่มีต่อภาวะการทำสงครามการค้า และการจำกัดการลงทุนของจีนในสหรัฐ โดยเฉพาะความตึงเครียดในการตอบโต้ด้วยมาตรการทางภาษีระหว่าสหรับกับจีนที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการเทขายหุ้นอย่างหนักในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเมื่อวันจันทร์ โดยดาวโจนส์ดิงลึกเกิอบ 500 จุด ก่อนที่จะปิดตลาดโดยดาวโจนส์ปิดที่ 24,252 ร่วงลง 328.09 จุด หรือ 1.33% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,532 ดิ่งลง 2.09% และดัชนี S&P 500 ปิดที่ 2,717 ร่วงลง 1.37%


ส่วนหุ้นยุโรป Stoxx Europe 600 ร่วงลงโดยเฉลี่ย 2% นำโดยดัชนี DAX เยอรมนี ร่วงลง 309.39 จุด หรือ-2.46% ดัชนี FTSE 100 ลอนดอน รวงลง 172.43 จุด หรือ-2.24% และดัชนี CAC-40 ฝรั่งเศส ร่วงลง 103.52 จุด หรือ 1.92%


สำหรับหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวอ่อนตัวลงในวันอังคาร โดยเฉพาะดัชนีเซี่ยงไฮ้ คอมโพสิต ลดลง 14.83 จุด หรือ 0.52% ปิดที่ 2,844 หลังเปิดตลาดรวงลงถึง 1% ในทิศทางเดียวกับเงินหยวนที่อ่อนค่าลงแตะระดับ 6.5240 หยวนต่อดอลลาร์ เป็นการอ่อนค่าลงถึง 0.4% นับเป็นระดบต่ำสุดตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา