สุราษฎร์ธานี-เจ้าหน้าที่นำคุณตาชาวสวิสฯวัย 99 ปี ลงเรือขึ้นเกาะพะงันพบหน้า"ยายใจ"ภรรยาสุดที่รักหลังพลัดพราก ทันทีที่พบหน้าต่างโผเข้ากอดกันด้วยความคิดถึงท่ามกลางความดีใจของเจ้าหน้าที่และผู้พบเห็นต่างปรบมือชอบใจกับภารกิจตามหารักแท้ครั้งนี้

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวสุวรรณภูมิ ได้พานายเอมิลี่ จอร์จ ฌอง เพติส มาไทล์ นักท่องเที่ยวสัญชาติสวิสเซอร์แลนด์ วัย 99 ปี เดินทางมายังเกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อพบกับนางกระจาย หรือ "ยายใจ" ฌอน เพทิท แมทธีว อายุ 70 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 80/1 หมู่ 8 ต.เกาะพะงัน เนื่องจากทั้งคู่เคยแต่งงานเป็นสามีภรรยากัน แต่ต้องพลัดพรากจากกันมานานหลายปี โดยทันทีที่มาถึงทั้งคู่พบเจอกัน ก็โผเข้าสวมกอดกันด้วยความคิดถึง โดยทั้งคู่ซาบซึ้งที่ได้พบกันอีกครั้งถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว เป็นภาพที่สร้างความประทับใจให้กับผู้พบเห็น

ชื่นมื่น!วินาทีคุณตาชาวสวิสฯพบหน้า"ยายใจ"คู่รัก




ทั้งนี้เรื่องราวของคุณตาจอร์จ และคุณยายใจ เริ่มต้นจาก เมื่อคืนวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายเอมิลี่ หรือคุณตาจอร์จ ได้เดินทางจากสวิสเซอร์แลนด์ มาเมืองไทยด้วยเที่ยวบินTG474 ของสายการบินไทย และได้เข้าขอความช่วยเหลือจากตำรวจท่องเที่ยว ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ให้ช่วยตามหาภรรยาชาวไทย ที่พลัดพรากจากกันมานานเกือบ 20 ปี โดยถือเพียงกระดาษใบเดียวมาให้กับเจ้าหน้าที่ เนื้อหาในกระดาษเป็นข้อความภาษาอังกฤษ ระบุชื่อเล่น และที่อยู่ของภรรยาชาวไทย โดยที่อยู่ระบุไว้ที่เกาะพะงัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานไปยังนายพงศ์พันธ์ สองเมือง กำนัน ต.เกาะพะงัน ให้ช่วยติดตามจนทราบว่าผู้หญิงคนดังกล่าวคือ นางกระจาย หรือยายใจ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำภาพถ่ายของทั้งคู่ ส่งให้แต่ละฝ่ายดูเพื่อยืนยัน โดยทั้งคู่ยืนยันตรงกันว่าเป็นคู่รักของตน เจ้าหน้าที่จึงประสานเพื่อพาตัวตาจอร์จ เดินทางมายังเกาะพะงัน เพื่อให้ทั้งคู่ได้พบกัน



ขณะเดียวกันนางกระจาย หรือ ยายใจ ทราบว่า ก่อนหน้าจะพบเจอกับตาจอร์จ ตนเคยมีครอบครัวแล้ว มีสามีเป็นชาวไทย มีลูกด้วยกัน 2 คน โดยก่อนนั้นตนเคยทำงานขายโรตีอยู่แถวท่าเทียบเรือบนเกาะพะงัน แต่ต่อมาสามีตนเสียชีวิต เมื่อประมาณ 20 ปีที่ผ่านมา ตนจึงเดินทางไปหางานทำที่กรุงเทพ โดยไปทำงานอยู่ร้านขายเครื่องสำอางของเพื่อน ต่อมาตาจอร์จ ซึ่งเดินทางมาเที่ยวเมืองไทย ได้มาซื้อของที่ร้านเพื่อน และพบเจอกับตน และกล่าวชื่นชมตนว่าเป็นคนดี หน้าตาน่ารัก และอยากให้ไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ซึ่งขณะนั้นตนไม่มีที่พึ่ง จึงตกลงไปอยู่ด้วยกันกับตาจอร์จ ที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ โดยไปอยู่นาน 7 เดือน ระหว่างนั้นก็ได้แต่งงาน และจดทะเบียนสมรสกับตาจอร์จ ต่อมาตนอยู่ที่สวิสเซอร์แลนด์ ต่อไม่ได้ เนื่องจากเป็นห่วงลูกที่เมืองไทย จึงขอเดินทางกลับมาอยู่บ้านที่เมืองไทย ตาจอร์จ จึงมาสร้างบ้านพักไว้ที่เกาะพะงัน เพื่ออยู่ด้วยกัน แต่ต่อมา ตาจอร์จ มีอาการโรคประจำตัวกำเริบจึงต้องเดินทางกลับไปรักษาตัวที่บ้านเกิด และไม่ได้พบเจอกันอีกเลย เป็นเวลาหลายปีจนในที่สุดก็ได้มาพบกันอีกครั้ง

ชื่นมื่น!วินาทีคุณตาชาวสวิสฯพบหน้า"ยายใจ"คู่รัก




ยายใจ เปิดใจต่อว่า การที่ได้มีโอกาสมาเจอกันอีกครั้ง ตนรู้สึกดีใจมากจนไม่สามารถบรรยายถูก หลังจากเจ้าหน้าที่ติดต่อให้ได้พูดคุยกัน และทราบว่าจะได้เจอกัน ตนก็ได้แต่เฝ้ารอเวลานี้มาตลอด เพราะรู้สึกรักและคิดถึงตาจอร์จมาก เนื่องจากที่ผ่านมาช่วงที่อยู่ด้วยกัน ตาจอร์จ จะคอยดูแลตนอย่างดีมาตลอด ช่วงที่ห่างหายกันไป มีบ้างบางครั้งที่สามารถติดต่อกันได้ ตาจอร์จ ก็จะส่งเงินมาให้ตนและครอบครัวไว้ใช้ โดยทราบว่าตาจอร์จ ทำธุรกิจเกี่ยวกับการค้าอสังหาริมทรัพย์ การที่มีโอกาสเจอกันครั้งนี้ ตนจึงอยากจะใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่ด้วยกันโดยไม่คิดจะแยกจากกันอีกแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ด้วยกันที่เมืองไทย หรือไปอยู่ด้วยกันที่สวิสเซอร์แลนด์ ตนก็พร้อมไปด้วยกันทุกที เพราะตอนนี้ลูกๆ ของตนโตกันหมดแล้ว จึงไม่มีภาระต้องห่วงอีก ซึ่งลูกๆ เองก็ยินดีให้ตนได้ไปใช้ชีวิตด้วยกันกับตาจอร์จ



ด้านนายเอมิลี่ หรือตาจอร์จ กล่าวความรู้สึกเพียงสั้นๆ ว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้มีโอกาสเจอกับยายใจ อีกครั้ง และอยากจะอยู่ที่เมืองไทยด้วยกัน พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณตำรวจไทยที่ให้การช่วยเหลือจนได้พบกันอีกครั้ง