เนชั่นทีวี

ข่าว

"ณัฐวุฒิ"ปัด นปช.เสียงแตก ยันไม่ตั้งพรรค

22 มิ.ย. 2561 |

"ณัฐวุฒิ"ปัด นปช.เสียงแตก  ยันไม่ตั้งพรรค

"ณัฐวุฒิ" ยัน นปช.ไม่ตั้งพรรค ยังจับมือแน่นเพื่อไทย แต่ยอมรับ มีบางส่วนไปซบพรรคอื่น ปัด นปช.เสียงแตก พร้อมมองการเมืองหลังเลือกตั้ง ไม่มีเสถียรภาพ ขณะเดียวกัน ฟังธง ปชป.เปลี่ยนหัว ร่วมหนุนขบวนการสืบทอดอำนาจ นอกจากนี้ แฉ รปช. คนกำหนดทิศทางตัวจริงคือ "สุเทพ"

แกนนำ นปช. ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ บอกว่า ความเคลื่อนไหวของกลุ่มนปช. ขณะนี้ หลายคนที่เป็นอดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้มีการไปยืนยันสมาชิกพรรคเรียบร้อยแล้ว แต่ยอมรับ มีบางส่วนออกไปตั้งพรรค หรือ ร่วมพรรคอื่น ก็ถือเป็นสิทธิโดยชอบ เพราะ นปช.ไม่เคยปิดกั้น ตราบใดที่พรรคที่ไปร่วม ไม่ขัดหลักการประชาธิปไตย ขณะเดียวกัน ยืนยัน กลุ่ม นปช. ยังไม่มีจัดตั้งพรรค และในสถานการณ์ปัจจุบัน เห็นว่า นปช.ยังมีภาระกิจต่อสู้ในคดีความอยู่อีกเป็นจำนวนมาก ส่วนอนาคต แกนนำ นปช. จะเป็นผู้สมัคร ส.ส. มากกว่า 1 พรรค เพราะทราบว่า มีหลายคนไปเป็นสมาชิกพรรคต่างๆ ซึ่งมองว่า เป็นปกติที่ต่อสู้ในระบอบการเมืองประชาธิปไตย ส่วนจะถือเป็นเสียงแตกใน นปช.หรือไม่ นายณัฐวุฒิ บอกว่า ตราบที่ยืนอยู่บนหลักการประชาธิปไตย ไม่เรียกว่าเป็นเสียงแตก เพราะจุดยืน นปช. ต่อสู้เพื่อระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยใครก็ตามที่ไปขับเคลื่อน เพื่อตอบสนองจุดยืนนี้ ถือเป็นแนวร่วม นปช.ทั้งหมด ขณะเดียวกัน ย้ำ แกนนำหลัก ได้ไปยืนยัน สมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้ว แต่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. หรือ ลงแบบใด จะตัดสินใจอีกครั้ง เมื่อถึงเวลา เพราะขณะนี้ ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่า การเลือกตั้งจะมีเมื่อไหร่ และการจะลงสมัคร ก็ต้องเป็นการตัดสินใจของกรรมการบริหารพรรค รวมถึงถ้ามีระบบไพรมารีโหวต ก็ต้องรอผลด้วย นายณัฐวุฒิ ยังบอกถึงความสัมพันธ์ นปช.กับพรรคเพื่อไทย ว่า ยังเป็นมิตรแท้ที่ดีต่อกัน โดยถ้าทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ละทิ้งอุดมการณ์ที่ยึดถือร่วมกันมา และเท่าที่เห็น แม้พรรคเพื่อไทย จะอยู่ในสถานการณ์บอบช้ำ และมีข้อจำกัดในการแสดงบทบาท แต่ก็ยังไม่ขัดหลักการประชาธิปไตย ดังนั้นการจับมือกันเดินที่ผ่านมา ก็จะจับมือกันเดินหน้าต่อไป ส่วนที่มีหลายคนตั้งข้อสังเกตุว่าที่ นปช.ไม่ตั้งพรรค เพราะจะเป็นการแย้งฐานเสียงกันเองกับพรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ บอกว่า ไม่ได้มองเรื่องนี้ และเท่าที่ปรึกษากันใน นปช.เห็นว่า ยังมีภาระกิจอีกจำนวนมาก ดังนั้นการตั้งพรรคการเมือง คงไม่ใช่เรื่องที่จะต้องนำมาพิจารณากันตอนนี้ 
นายณัฐวุฒิ ยังมองกระแสดูด ส.ส.พรรคเพื่อไทย ว่า เป็นเรื่องปกติ ที่เกิดทุกยุคการเมือง แต่สิ่งที่ไม่ธรรมดา คือ พรรคการเมืองที่ดูด ส.ส.กันอยู่ เป็นพรรคที่ตั้งขึ้นจากกลไกลคณะรัฐประหาร และเงื่อนไขที่ใช้โน้มน้าว เท่าที่ติดตามข่าวคือ เรื่องเงิน ตำแหน่ง คดีความ โดยสิ่งเหล่านี้ จะทำได้ ต้องเกิดจากการกุมอำนาจรัฐเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ซึ่งมองว่า ตรงนี้คือปัญหาใหม่ เพราะถ้าพรรคการเมืองตั้งขึ้นมาตามระบบ และเดินสายเชิญชวน ส.ส.เข้าร่วม ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าเป็นพรรคการเมือง ที่ตั้งจากอำนาจรัฐ แล้วมาอยู่ในกระบวนการสืบทอดอำนาจ ส่วนตัวมองว่า เป็นปัญหาใหญ่ ของอนาคต เพราะไม่มีความเชื่อมั่นได้เลย ว่าจะนำประเทศไปสู่ทิศทางที่ถูกต้องตามหลักสากลได้ นายณัฐวุฒิ ยังมองอนาคตการเมืองไทย ว่า ยังใช้เวลาอีกจำนวนมาก กว่าจะกลับคืนประชาธิปไตยที่เป็นสากล โดยส่วนตัว ภาวนาสิ่งที่เป็นอยู่ กฎกติกาที่วางอยู่ จะไม่นำไปสู่ความขัดแย้งครั้งใหญ่ โดยถ้าหากมีการเลือกตั้ง แล้วสมมุติว่า คณะผู้มีอำนาจ สามารถสืบทอดอำนาจหลังการเลือกตั้งได้ ก็จะเจอปัญหาจากกติกาที่วางไว้ ซึ่งรัฐบาล ไม่ว่าใครจะมาเป็น ทำงานไม่ง่าย โดยรัฐธรรมนูญ รวมถึงยุทธศาสตร์ชาติ มีเจตนาต้องการสร้างกรงขังนักการเมือง ให้อยู่ในกรอบที่ตัวเองต้องการ โดยลืมนึกไปว่า วันนึงตัวเองก็อาจจะต้องมาอยู่ในกรงนั้นด้วย ส่วนมองอนาคตหลังเลือกตั้งอย่างไร นายณัฐวุฒิ บอกว่า การเมืองจะไม่มีเสถียรภาพ และผลการเลือกตั้ง จะออกมาอย่างไรก็ตาม การตั้งรัฐบาลในสภา ไม่ใช่เรื่องง่าย แล้วตั้งรัฐบาลขึ้นมา ก็ทำงานลำบาก และในที่สุดจะนำไปสู่การตกลงของทุกฝ่าย ที่จะยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ พร้อมเชื่อว่า หลังการเลือกตั้ง ประเด็นรัฐธรรมนูญ รวมถึงกฎกติกาต่างๆ ที่คสช. เป็นผู้กำหนด จะเป็นประเด็นที่สังคมต้องการฉันทามติว่า จะปรับเปลี่ยนให้เข้ามาสู่หลักการที่ถูกต้องหรือไม่ 
ส่วนจะมีโอกาสที่พรรคการเมืองต่างขั่วจะจับมือกัน เพื่อสู้พรรคที่เกี่ยวข้องกับ คสช. หรือไม่ นายณัฐวุฒิ มองว่า การเมืองตอนนี้มี 2 ขั่ว ที่ยืนยันหลักการประชาธิปไตย ไม่ยอมรับการสืบทอดอำนาจ กับ ยืนยัน และสนับสนุนการสืบทอดอำนาจ โดยหลังเลือกตั้ง จะปรากฎ 2 ฝ่ายชัดเจน พร้อมเห็นว่า โอกาสที่พรรคประชาธิปัตย์ จะจับมือ พรรคเพื่อไทย เป็นไปได้น้อย เพราะเข้าใจว่า ถึงที่สุดพรรคประขาธิปัตย์ อาจต้องไปจับมือสนับสนุนขบวนการสืบทอดอำนาจ 
นายณัฐวุฒิ ยังมองว่า พรรครวมพลังประชาชาติไทย กว่าจะเลือกตั้ง คิดว่า กลไกลภายในพรรค ต้องจัดระเบียบ วางบทบาทกันพอสมควร เพราะข้อเท็จจริงในความคิดของคน ไม่ได้มองว่า เอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นหัวหน้าพรรค แต่มองว่า ตัวจริงคือ สุเทพ เทือกสุบรรณ และส่วนตัวเชื่อว่า สิ่งที่นายเอนก นำเสนอทฤษฎีต่างๆ ถึงเวลาเลือกตั้ง จะไม่ถูกนำมาใช้ และถึงเวลานั้น สิ่งที่นายสุเทพ คิดและเดิน จะเป็นหลักใหญ่ เพราะสมาชิกพรรค เป็นคนของนายสุเทพ ที่พร้อมเดินตามแนวทาง พร้อมมั่นใจก่อนถึงเลือกตั้ง พรรคนี้คงมีปัญหาที่ต้องคุยภายในพอสมควร และไม่คิดว่า พรรคนี้จะได้คะแนนเสียงเป็นกอบเป็นกำ หรือ เป็นพรรคหลักในรัฐสภา 
ส่วนความสัมพันธ์ระหว่าง นายอภิสิทธิ์ กับ นายสุเทพ ที่อาจเป็นตัวดึงพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล นายณัฐวุฒิ มองว่า วิธีการเดินเรื่องนี้ มีคนทำมากว่านายสุเทพ ที่จะไปแตะมือกับพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อจัดตั้งรัฐบาล แต่มือที่แตะกันยังไม่ปรากฎต่อประชาชน และมองว่า นายอภิสิทธิ์ เมื่อถึงเวลา จะไม่ใช่เสียงหลัก ที่จะกำหนดทิศทาง โดยอาจจะมีเสียงอื่นขับเคลื่อนขึ้นมา ซึ่งถ้าหากนายอภิสิทธิ์ ไม่สามารถนำประชาธิปัตย์ ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง เชื่อว่า หลังเลือกตั้ง บทบาทนายอภิสิทธิ์ จะลดลง และพอถึงตอนนั้น พรรคประชาธิปัตย์ น่าจะเข้าร่วมขบวนการสืบทอดอำนาจ 

ส่วนเรื่องหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ เห็นว่า ไม่ต้องรีบประกาศหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพราะวันเลือกตั้งยังไม่ชัดเจน และต้องเปิดตัว เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งน่าจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุด ส่วนที่หลายคนอาจมองว่า พรรคเพื่อไทย กำลังมีปัญหาที่ไม่มีหัว แต่สำหรับส่วนตัว ถ้ามีหัวใน และยังยืนยันกับประชาชนให้ยอมรับ เรื่องหัวหน้าพรรคมาให้เหมาะกับสถานการณ์จะดีกว่า ส่วนจะเป็นใคร ส่วนตัวไม่มีความเห็น

ข่าวล่าสุด