นายสิรเศรษฐ์ เปิดเผยว่า ได้ประมูลข้าวจากคณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นข้าวที่ทางจังหวัดอุบลประกาศขายข้าวเปลือกหลุดจำนำธ.ก.ส.ซึ่งประมูลข้าวจำนวน 2,272.75 ตันพอเราประมูลเสร็จทำตามขั้นตอนเสร็จ มีการทำสัญญาเรียบร้อยปฏิบัติตามขั้นตอนที่ทางรัฐได้เปิดประมูลเสร็จแล้ว ธ.ก.ส.นัดให้นำรถมาเอาข้าวที่โกดังโรงสีข้าวเอกไพบูลย์พอเข้ามาถึงก็ค่อนข้างมีปัญหา ไม่มีการจัดการดูแลให้เรา
ซึ่งที่จริงทางจังหวัดจะต้องดูแลให้เรา มีปัญหาเรื่องอะไรผมไม่ทราบแต่เมื่อจ้างรถบรรทุกพ่วงมารับข้าว กลับถูกปฏิเสธ ทาง ธ.ก.ส.แจ้งให้เอารถมา เราก็ปฏิบัติตามทุกอย่างทำไมมันเกิดปัญหาแบบนี้ ในเมื่อเราจ่ายเงินถูกต้องทุกอย่าง พอมารับข้าวกลับรับไม่ได้ ถ้ารับของไม่ได้ในครั้งนี้ รัฐก็จะเกิดความเสียหายขึ้นอีก โดยเฉพาะเรื่องค่าใช้จ่ายต้องค่าเช่าโกดัง
"ในเมื่อผมประมูลถูกต้องทำไมผมยังไม่ได้ข้าวไม่รู้ว่าผมจะต้องทำอย่างไร ในเมื่อรัฐเปิดประมูลถูกต้องแล้วในฐานะผมเป็นประกอบการชื้อข้าวเปลือกล็อตนี้ ข้าวกองนี้อยู่มานานเกือบ 10 ปีแล้ว เราก็ประมูลในราคาที่สูงพอสมควรเรา ได้ทำสัญญาแล้ววางเงินค้ำประกันไว้เรียบร้อยแล้วและทางจังหวัดให้เรามารับข้าวจ้างรถขึ้นมารับข้าวแต่ไม่สามารถขึ้นข้าวเปลือกกลับไปได้"
ด้านนายบู๊เฮียง รุ่งรัชกานนท์ อายุ 75 ปี อดีตอุปนายกสมาคมโรงสีข้าวไทยและเป็นเจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงสีข้าวเอกไพบูลย์ อุบลราชธานีกล่าวว่า ทางห้างได้ยื่นฟ้อง ธ.ก.ส.ขอให้ชำระค่าฝากเก็บในอัตราตันละ 55บาทต่อเดือน เป็นเงินเดือนละ 125,000 บาท จนกว่าจะขนย้ายออกไปรวมทั้งฟ้องเรียกค่าถุงจัมโบ้และค่าแรงงานบรรจุและขนเรียงกองเป็นเงิน 837,500 บาท ต่อศาลจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้ธ.ก.ส.ชำระค่าเช่าโกดังเดือนละ 90,000 บาท ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมาคดีอยู่ระหว่างการอุทธรณ์ของ ธ.ก.ส.ซึ่งหากว่า ธ.ก.ส.ถอนอุทธรณ์แล้วนำเงินค่าฝากเก็บข้าวมาชำระก็สามารถนำข้าวออกไปได้
ผู้สื่อข่าว พยายามติดต่อเพื่อขอสัมภาษณ์ข้อเท็จจริงจากนายอุทัย ฉกะนันท์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส จ.อุบลฯแต่ไม่สามารถติดต่อได้