เนชั่นทีวี

ข่าว

กรมอุทยานฯ ชี้แจงทุจริตเพาะชำกล้าไม้ทำตามขั้นตอน

19 มิ.ย. 2561 | pantipa_jit

กรมอุทยานฯ ชี้แจงทุจริตเพาะชำกล้าไม้ทำตามขั้นตอน

กรมอุทยานแห่งชาติฯ ชี้แจงกรณีนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ โอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณบุคลากรไปเพาะชำกล้าไม้ ยืนยัน ทำตามขั้นตอนทางราชการและคำสั่งอธิบดีกรมป่าไม้ในสมัยนั้น พร้อมยินดีให้ตรวจสอบ


โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายสมโภชน์ มณีรัตน์ แถลงข่าวชี้แจงกรณีที่มีผู้ร้องเรียนนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่มีการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณบุคลากรไปเพาะชำกล้าไม้ จำนวน 53 ล้านกล้า และมีการเรียกเงินทอน 50 เปอร์เซ็นต์ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นมีการร้องเรียนจริง โดยได้ร้องเรียนไปที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อนที่กรมป่าไม้จะรับเรื่องในการตรวจสอบต่อ ซึ่งเป็นเรื่องเก่าที่เกิดขึ้นในช่วงที่นายธัญญา ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการปลูกป่ากรมป่าไม้ เมื่อปีพ.ศ. 2553 ที่สำนักส่งเสริมการปลูกป่า ได้รับการประสานงานด้วยวาจาจากอธิบดีกรมป่าไม้ในขณะนั้น ให้ดำเนินการสำรวจความต้องการกล้าไม้สำหรับใช้ในโครงการบรรเทาวิกฤตโลกร้อนเฉลิมพระเกียรติฯ จึงมีความจำเป็นต้องใช้กล้าไม้เพื่อสนับสนุนโครงการฯ จำนวนทั้งสิ้น 84 ล้านกล้า ภายในปี พ.ศ. 2554 ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวกรมป่าไม้ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพาะชำกล้าไม้ไม่เพียงพอที่จะดำเนินการตามโครงการดังกล่าวได้ จึงได้เสนอให้มีการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่าย จากงบประมาณเหลือจ่ายของกรมป่าไม้ ประจำปี 2553 จำนวน กว่า103 ล้านบาท ไปเป็นตามแผนงานอนุรักษ์และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
ซึ่งการดำเนินการแต่ละขั้นตอนได้ดำเนินการด้วยความรอบคอบรัดกุม มีการหารือร่วมกันระหว่างสำนักบริหารกลาง สำนักแผนงานและสารสนเทศ สำนักส่งเสริมการปลูกป่า โดยผ่านการพิจารณาจากรองอธิบดีกรมป่าไม้ในขณะนั้น ถึง 2 ท่านและรองอธิบดีกรมป่าไม้ได้มีบันทึกลงวันที่ 3 สิงหาคม 2553 เพื่อขออนุมัติตามขั้นตอนของทางราชการ ซึ่งต่อมาอธิบดีกรมป่าไม้จึงได้พิจารณาอนุมัติในหลักการตามหนังสือที่เสนอ


ดังนั้นอำนาจในการอนุมัติเพื่อโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ จึงเป็นอำนาจของอธิบดีกรมป่าไม้ ซึ่งในขณะนั้นนายธัญญาเป็นเพียงผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการปลูกป่า เมื่อได้รับข้อสั่งการจากท่านอธิบดีฯ จึงได้ดำเนินการเสนอหนังสือตามขั้นตอนของทางราชการเท่านั้น


นอกจากนี้นายสมโภชน์ ยังบอกอีกว่า กรมป่าไม้ได้ดำเนินการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณดังกล่าว โดยจัดสรรให้หน่วยงานต่างๆ ดำเนินการ ทั้งสิ้น 221 หน่วยงาน เพาะชำกล้าไม้ทั่วไป จำนวน 51ล้านต้น เพาะชำกล้าไม้ใหญ่จำนวนกว่า 9แสนต้น รวมงบประมาณทั้งสิ้นกว่า 103 ล้านบาท กระจายให้กับประชาชน หน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพาะปลูก


ส่วนข้อเท็จจริงกรณีเทคนิค และวิธีการ การเพาะชำกล้าไม้ ได้มีการทำโรงเรือนเพาะชำ จะใช้ระบบแบบมีหลังคาซึ่งสามารถป้องกันน้ำฝน ป้องกันการไหลรวมของเมล็ดสามารถป้องกันเมล็ดเป็นเชื้อรา และรากเน่าได้ โดยกล้าไม้ที่นำมาเพาะ เป็นกล้าไม้ที่สำนักวิจัยฯกรมป่าไม้ ได้เก็บสะสมไว้ก่อนเป็นจำนวนมากเพื่องานทดลองศึกษาทางวิชาการ จึงสามารถสนับสนุนเมล็ดไม้สำหรับการเพาะชำในช่วงเวลาดังกล่าวได้ในทันที สำหรับกล้าไม้ที่เพาะไว้ ก็ไม่ได้ดำเนินการแจกจ่ายในทันทีทันใด หรือต้องแจกจ่ายให้หมดภายในระยะเวลา 1 เดือน แต่จะเพาะไว้สำหรับการแจกจ่ายในปีถัดไป


ทั้งนี้การอนุมัติโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณเพาะชำกล้าไม้ดังกล่าว เป็นอำนาจของอธิบดีกรมป่าไม้ซึ่งนายธัญญา ไม่มีอำนาจในการอนุมัติแต่ประการใด สำหรับการจัดหาเมล็ดไม้ก็ได้ดำเนินการจัดหาจากแหล่งที่มีเมล็ดไม้ค้างปีเทคนิคการเพาะชำในช่วงฤดูฝนก็สามารถใช้โรงเรือนที่มีหลังคาแบบระบบปิดซึ่งสามารถปฏิบัติงานได้เป็นปกติในทุกฤดูกาลสามารถป้องกันน้ำฝนที่อาจก่อให้เกิดเชื้อรากับเมล็ดไม้ หรือทำให้กล้าไม้รากเน่า และกล้าไม้ที่เพาะก็ใช้สำหรับแจกจ่ายในปีถัดไปไม่ได้ถูกกำหนดให้แจกจ่ายให้หมดภายในระยะเวลา 1 เดือนตามที่เป็นข่าวโฆษกกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยืนยันว่า นายธัญญา มีความยินดีและพร้อมให้ทางปลัดกระทรวงฯเห็นว่ามีความจำเป็นจะต้องแต่งตั้งคณะกรรมการมาตรวจสอบในเรื่องนี้ ก็พร้อมที่จะให้มีการตรวจสอบ เนื่องจากมั่นใจว่ากระบวนการทุกอย่างได้ดำเนินการโดยสุจริต โปร่งใส และถูกต้องตามขั้นตอน และยืนยันว่า ไม่มีการทุจริตเงินทอน50% ตามที่เป็นข่าวอย่างแน่นอน


รายงานข่าวแจ้งว่า ในสมัยนั้น นายสมชัย เพียรสถาพร เป็นอธิบดีกรมป่าไม้ โดยมีนายสุวิทย์ คุณกิตติ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม


กรมอุทยานฯ ชี้แจงทุจริตเพาะชำกล้าไม้ทำตามขั้นตอน



ข่าวล่าสุด