วันนี้ ( 19 มิ.ย.61) บรรยากาศที่บ้านเลขที่ 175 ม.7 ต.ควนปริง อ.เมือง จ.ตรัง บรรดาพี่น้องและญาติๆของนายธีรศักดิ์ ฯ ต่างก็ช่วยกันจัดเตรียมสถานที่เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาอิสลามในคืนวันนี้ ซึ่งเป็นไปด้วยความโศกเศร้า นางสาวคณิตา หลงจิ หรือ กิ๊ฟ น้องสาวของผู้ตาย กล่าวว่า ตนเองและครอบครัวรู้สึกช็อกและยังรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่คิดว่าพี่ชายตนเองจะต้องโทษถึงขั้นประหารชีวิต ทั้งๆที่คนอื่นๆที่ต้องโทษคดีรุนแรงกว่านี้ยังไม่เห็นถูกประหาร แล้วทำไมผู้ชายตนจึงถูกตัดสินแบบนี้
อย่างไรก็ตาม เมื่อสัปดาห์ก่อนพี่ชายตนเพิ่งเขียนจดหมายมาหาจากคุกบางขวางก็บอกสบายดี ไม่มีปัญหาอะไร และเมื่อวานตนและพี่สาวเพิ่งได้เขียนจดหมายตอบกลับไป พร้อมเตรียมจะส่งเงินจำนวน 2,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษาต่อไปให้ด้วย แต่ก็ไม่ทัน เพื่อถูกประหารชีวิตเสียก่อน ครอบครัวรู้สึกเสียใจมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น ตลอดระยะเวลา 5-6 ปี ครอบครัวก็พลัดเปลี่ยนกันไปเยี่ยมที่เรือนจำตรัง แต่พอพี่ชายถูกย้ายไปบางขวางก็ไม่ได้มีโอกาสไปเยี่ยมเพราะติดขัดเรื่องค่าใช้จ่ายทำได้ก็แค่เขียนจดหมายถามสารทุกข์สุกดิบกัน ซึ่งเขาก็มีภรรยาและลูกๆ ก็คงต้องช่วยกันดูแลต่อไป
ด้านนางสาวจุฑามาศ หลงจิ อายุ 27 ปี พี่สาวก็กล่าวว่า ตนเองจะสนิทกับน้องชายมากที่สุด มีอะไรน้องชายก็จะเขียนจดหมายมาหาเสมอ การตัดสินประหารชีวิตตนรับได้ถ้าไม่ใช่น้องชายของตนคนเดียว แต่นี้ตลอด 9 ปี ที่ผ่านมาไม่เคยมีผู้ต้องโทษคนใดถูกตัดสินประหาร มีเพียงน้องชายตนคนแรก ทำตนเองรับไม่ได้เลย
ซึ่งตอนนี้แม่ของตนเอง คือนางสายจิตร หลงจิ อายุ 47 ปี พร้อมญาติๆและภรรยาของผู้ตายก็กำลังเดินทางกลับจาก กทม.พร้อมกับศพของนายธีรศักดิ์ฯ ซึ่งคาดว่าจะเดินทางมาถึงจังหวัดตรังประมาณ 19.00 น.จากนั้นก็จะประกอบพิธีทางศาสนาอิสลามและจะทำพิธีฝั่งศพภายในคืนนี้