เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 19 ม.ย.2561 ที่ลานหน้าอาคารตำรวจภูธรภาค 4 อ.เมืองขอนแก่น พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมด้วยพล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง บช.ภ.4 ผอ.ศปจร.ภ.4 พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง พ.ต.อ.ออมสิน ตรารุ่งเรือง รอง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปจร.ภ.4 และชุดปฏิบัติการปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิดการโจรกรรมรถยนต์ แถลงข่าวจับกุมยึดรถที่ถูกขโมย สวมทะเบียนหลออกขายจำนวน 12 คัน เป็นรถยนต์คดีลักทรัพย์จำนวน 1 คัน และรถยนต์สวมทะเบียนปลอม เอกสารหลอกขายจำนวน 11 คัน มูลค่าความเสียหาย กว่า 5.5 ล้านบาท โดยมีผู้เสียหายมารับรถและขอบคุณเจ้าหน้าที่ติดตามนำรถมาคืนให้
โดย พล.ต.ท.สุรชัย กล่าวว่า รถที่ตำรวจตรวจยึดได้ส่วนมาก จะกระทำผิดเกี่ยวกับสวมทะเบียนและเอกสารปลอม ประกอบตัวรถ เช่น สมุดคู่มือจดทะเบียน แผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีประจำปีให้ตรงกับแผ่นป้ายทะเบียน แล้วนำมาหลวอกขายให้กับบุคคลทั่วไป รถยนต์ที่นำมาหลอกขาย ส่วนใหญ่เป็นรถที่หนีสถาบันการเงินหรือแหล่งรับจำนำ ดังนั้นหากประชาชนที่จะเลือกซื้อรถมือสองราคาถูกตามท้องตลาด จะต้องตรวจสอบเลขตัวรถ เลขเครื่องยนต์ ว่ามีการดัดแปลง ขูดลบแก้ไขหรือไม่ แผ่นป้ายทะเบียนรถต้องเป็นแผ่นป้ายจริง สำเนาคู่มือรถต้องเป็นมีตัวเลขเดียวกันกับเลขตัวรถ เลขเครื่องยนต์ตรงกับตัวรถ หรือนำข้อมูลการจดทะเบียนไปตรวจสอบกับฐานข้อมูลกรมการขนส่งทางบก จึงตัดสินใจซื้อขาย เพราะขณะนี้มีการสวมทะเบียนปลอมหลอกขายตามเฟซบุ๊คและทางอินเตอร์เน็ตจำนวนมาก
นางตอง ศิริคำ อายุ 50 ปี ชาวอ.เมืองอุดรธานี ผู้เสียหายรายหนึ่งได้เดินทางมารับรถถึงกับน้ำตาไหลดีใจได้รถคืน โดยเปิดเผยว่า ได้เป็นคนค้ำประกันซื้อรถให้กับน้องสาวนำไปใช้ที่จังหวัดระยอง แต่พอปีที่ 2 รถก็ถูกขโมย แม้ว่าจะมีประกันชั้น 1 แต่เมื่อแจ้งความรถหายบริษัทประกันก็ยื้อเวลา อายุประกันยังเหลือ 5 เดือน ประกันอ้างว่าไม่เชื่อว่ารถถูกขโมยแม้จะไปแจ้งความมีหลักฐาน แต่ไม่รับผิดชอบจนอายุประกันหมด ทำให้บริษัทไฟแนนซ์ฟ้องตนเองในฐานะคนค้ำประกัน จนถูกยึดที่ดิน 2 ไร่ ซึ่งที่ดินจะถูกขายทอดตลาดในวันที่ 23 มิ.ย.นี้