นายวิชัยตั้งคำเจริญ นอภ.เทพสถิตกล่าวว่า ปีนี้ได้น้อมนำพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพวรางกูร ในการมุ่งรักษาต่อยอดแนวทางศาสตร์พระราชา เพื่อสร้างสุขให้กับประชาชนชาวไทยพร้อมกันนี้เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่น ให้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง ให้ได้รับความนิยมไปสู่ระดับสากล
การท่องเที่ยวเป็นแนวทางหนึ่งในการที่จะช่วยพัฒนาความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนของจังหวัดชัยภูมิให้ดีขึ้น ที่ถือว่า จ.ชัยภูมิมีพื้นฐานทั้งในเรื่องแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติที่สวยงาม ซึ่งมีอยู่มากมาย มีอุทยานแห่งชาติ4แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งก็จะมีสิ่งที่โดดเด่นเช่น อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จะมีดอกกระเจียวซึ่งพอถึงฤดูฝน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน -สิงหาคม ดอกไม้ดอกกระเจียว จะบานสะพรั่งเต็มพื้นที่ ปกติการท่องเที่ยวทั่วไปจะมีเป็นฤดูหนาวแต่ที่จังหวัดชัยภูมิ พอเข้าฤดูฝนยังจะเป็นฤดูการท่องเที่ยว ณ อุทยานแห่งชาติป่าหินงามแห่งนี้ และเรายังมีอุทยานแห่งชาติไทรทอง ซึ่งมีดอกกระเจียว บานเต็มทุ่ง
ด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม โบราณสถานเก่าแก่ ในท้องถิ่นที่หาชมได้ยาก ทั้งมีการละเล่นพื้นเมือง มีการแสดง ผลผลิตทางการเกษตรทั้งผลไม้ ทั้งทุเรียน สะตอเงาะ ส้มโอ มะขามหวาน
ด้าน นายฑีฆาวุฒิศรีบุรินทร์หัวหน้าอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม กล่าวว่าปีนี้ฝนมาเร็วทำให้ดอกกระเจียวไปบานสะพรั่ง ดอกสวยสมบูรณ์สีชมพูอมม่วงสวยงาม จะมีค่าธรรมเนียมเข้าชม40บาท ส่วนชาวต่างชาติ200บาท นอกจากนี้มีรถรางจากชาวบ้านกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไว้บริการขึ้นลงตลอดการเข้าชม คนละ30บาท ในจุดที่น่าชมในเขตอุทยานฯทั้งที่บริเวณผาสุดแผ่นดิน ทุ่งกระเจียว และหินรูปทรงสวยงาม เช่น หินถ้วยบอลโลก หินแม่ไก่ มอหำตั้ง ที่ชาวบ้านมีตำนานเลาขานกันว่าเป็นองค์ศิวลึง ที่เชื่อว่าใครที่มีบุตรยากได้มาจับต้องกลุ่มหินนี้ขอพรอยากได้บุตรก็ต่างสมใจไปทุกรายมาจนปัจจุบัน