ในที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุกสิบล้อยี่ห้อมิตซูบีชิ สีขาว ทะเบียน70-0656 สุราษฎร์ธานี ที่กระบะท้ายบรรทุกเหล็กมาเต็มคัน จอดขวางอยู่กลางถนน ที่บริเวณหน้ารถพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ 125 สีแดงดำ ทะเบียน 1 กฎ 6834 ประจวบคีรีขันธ์ ที่เบาะนั่งมีทั้งพัดลม กระเป๋าเสื้อผ้า และข้าวของอื่นๆ มัดมาเต็มท้ายรถ ล้มคว่ำอยู่ในสภาพบิดเบี้ยวทั้งคันล้มคว่ำอยู่หน้ารถ
ใกล้กันบริเวณล้อหน้าข้างขวาของรถบรรทุกสิบล้อคันดังกล่าว ได้พบร่างของชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 30-40 ปี นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดเสียชีวิต ที่ศีรษะยังสวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบสีดำ ที่อยู่ในสภาพหมวกกันน็อกแตกและยุบ และที่บริเวณใบหน้าของชายคนดังกล่าว ยุบจนใบหน้าแบนจำสภาพเดิมไม่ได้ ตรวจสอบภายในตัวไม่พบเอกสารเเสดงว่าผู้ตายเป็นใครมาจากไหน พบเพียงเอกสารใต้เบาะรถเป็นสำเนาเอกสารบัตรประชาชนระบุชื่อ นายสัญญา ยุวบุตร อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55 หมู่ 9 ต.พอกน้อย อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร และทะเบียนบ้านอีก 1 เล่ม ที่วางปนอยู่กับกระปุกยาจำนวนมาก ซุกอยู่ใต้เบาะรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว
จากการสอบสวน นายฉลวย อุทัยแจ่มสำราญ อายุ 66 ปี โชว์เฟอร์รถบรรทุกสิบล้อ ได้ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถบรรทุกสิบล้อคันดังกล่าว จากจังหวัดระยองเพื่อที่จะเอาไปส่งที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยขับมาเส้นถนนบางนาตราด และเลี้ยวเข้าถนนรถรางเก่า ซึ่งขณะนั้นการจราจรยังหนาแน่น ก่อนถึงที่เกิดเหตุ ผู้ตายซึ่งนั่งคร่อมอยู่บนรถจักรยานยนต์ที่จอดต่อท้ายรถเทรนเลอร์ 18 ที่จอดติดไฟแดงอยู่ ซึ่งตนก็เห็นมาแต่ไกลและพยายามเหยียบเบรก เพื่อชะลอความเร็ว แต่เบรกไม่อยู่ตนจึงได้เปิดกระจกและตะโกนออกมานอกรถว่าเบรกไม่อยู่ โดยตะโกนอยู่หลายครั้งก่อนที่รถจะพุ่ง ไปชนรถของผู้ตาย อัดเข้ากับท้ายรถพ่วง 18 ล้อ ที่จอดอยู่ด้านหน้าหลังเกิดเหตุรถเทรนเลอร์18 ล้อ คันดังกล่าว ได้ขับออกไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตนจึงรีบลงมาดู เห็นผู้ตายนอนคว่ำหน้าจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่กับพื้นถนน ส่วนรถจักรยานยนต์ที่ผู้ตายขี่มาล้มคว่ำอยู่หน้ารถของตนในสภาพบิดเบี้ยว ตนจึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวโชว์เฟอร์บรรทุกสิบล้อคันดังกล่าวเอาไว้ ก่อนแจ้งข้อกล่าวหาว่า ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และทรัพย์สินเสียหาย และจะได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในละแวกใกล้เคียงเป็นหลักฐานเพื่อติดตามคนขับรถเทรนเลอร์ 18 ล้อ คันดังกล่าวมาทำการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป