เมื่อเวลา12.00น.วันที่15มิ.ย.61พล.ต.ท.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร.พร้อมคณะได้เดินทางมาที่บริษัท จงซึ่ง จำกัด เลขที่38/60ม.4ต.ลำลูกกา อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี หลังจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนบริษัทแห่งนี้คัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งให้เกิดมลพิษทางอากาศ และได้ตรวจโกดังเก็บขยะอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งและมีมูลค่าหลานล้านบาท
ด้านพล.ต.ท.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. กล่าวว่าจากการลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานแห่งนี้ โรงงานแห่งนี้ได้ครอบครองขยะวัตถุอันตรายและคัดแยกวัตถุอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งโรงงานแห่งนี้ได้รับอนุญาตแต่คัดแยกขยะที่ไม่ใช่ขยะอันตรายซึ่งเป็นขยะทั่วไป แต่เมื่อเจ้าหน้าที่มาตรวจพบก็พบว่ามีการคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์อยู่ ซึ่งโรงานแห่งนี้มีความผิดมีไว้ในความครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่3คือขยะอิเล็กทรอนิกส์นั้นเองโดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งมีความผิดตามาตรา22วรรค1ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535ต้องระวังโทษไม่เกิด2ปีปรับไม่เกิน2แสนบาท และข้อหาที่2ตั้งและประกอบโรงงานจำพวกที่3คือ ขยะวัตถุอันตรายหรือขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นความผิด ตามพระราชบัญญัติโรงงานพ. ศ.2535มาตรา12ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน2ปีปรับไม่เกินสองแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับซึ่งเป็นข้อกล่าวหาเบื้องต้น
ในการตรวจพบของโรงงานนี้นอกจากนี้ยังมีโกดังเก็บสินค้าของโรงงานนี้ซึ่งอยู่ใกล้ๆกันทางเจ้าหน้าที่จะได้ทำการตรวจสอบอีกครั้งว่ามีความผิดอะไรบ้าง ซึ่งในการนำขยะเข้ามาจากต่างประเทศนั้นมีทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมายแต่น้ำมาส่งให้โรงงานที่ไม่ได้รับอนุญาตให้มีการคัดแยก หมายความว่าบริษัทไหนที่ได้รับการอนุญาตให้มีการนำขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาก็จะต้องทำการคัดแยกเองโดยไม่มีการส่งต่อให้กับโรงงานหรือบริษัทใดบริษัทหนึ่งเป็นผู้คัดแยกและนอกจากนี้ยังมีบริษัทที่มีการลักลอบ นำสินค้าขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาในประเทศไทยและมีการสำแดงเท็จ ต่อทางศุลกากรซึ่งการระบบการคัดแยกนั้นไม่มีการป้องกันมลภาวะซึ่งเป็นการคัดแยกขยะที่ไม่ถูกต้องตามหลักของวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมก็จะเกิดให้เกิดภาวะมลพิษทางอากาศแก่ชุมชน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย
ส่วนโกดังเก็บขยะอิเล็กทรอนิกส์เมื่อตรวจสอบแล้วก็พบการกระทำผิด แล้วโกดังแห่งนี้เป็นที่เดียวกับบริษัทจงซึ่ง จำกัดและมีการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศจำนวนมากถึง700ตันและมีการคัดแยกขยะไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการใดใดทั้งสิ้นซึ่งตั้งโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตและจะมีความผิด1.นำเข้าหรือครอบครองวัตถุอันตรายประเภทที่3โดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตรายพ. ศ.2535มาตรา23วรรค1โทษจำคุกไม่เกิน2ปีปรับไม่เกิน2แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ2.ตั้งและประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตรายพ. ศ.2535มาตรา12ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน2ปี ปรับไม่เกิน2แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ด้านผู้ประกอบการบอกว่าไม่ได้นำเข้ามาเอง แต่มีบริษัทอื่นนำเข้ามาและส่งมาให้บริษัทแห่งนี้เป็นผู้คัดแยกซึ่งจะได้ติดตามผู้กระทำผิดต่อไปแต่ที่แน่ๆว่าเป็นการนำเข้าขยะอิเลคทรอนิกส์โดยสำแดงเท็จทั้งหมดและเป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่เป็นการลักลอบนำขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยใช้กลโกง