เนชั่นทีวี

ข่าว

(คลิปข่าว) ศิษย์วัดเทพศิรินทร์นำสื่อพิสูจน์ รร.ปริยัติธรรม

11 มิ.ย. 2561 | wanchat

(คลิปข่าว) ศิษย์วัดเทพศิรินทร์นำสื่อพิสูจน์ รร.ปริยัติธรรม

จากเรื่อง "ทรงเจ้า เข้าผี" มาต่อกันที่ทุจริตเงินวัด การดำเนินคดีทั้งในส่วนของ "เงินทอน" และการ "ทุจริตเงินวัด" ของอดีตพระเถระผู้ใหญ่ ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคดีเงินทอนวัด เฟส 4 ซึ่งล่าสุดมีชื่อ "วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร" วัดดังกลางกรุงเทพฯ โผล่ในสื่อบางแขนงว่ากำลังโดนตำรวจ ปปป.ตรวจสอบงบอุดหนุนการเรียนการสอนพระปริยัติธรรมด้วย วันนี้จึงมีความเคลื่อนไหวที่วัดเทพศิรินทร์ โดยลูกศิษย์วัดได้นัดสื่อมวลชนเข้าไปพิสูจน์โรงเรียนพระปริยัติธรรมของวัด เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์

ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ มีข่าวลือว่าจะมีตำรวจเข้าตรวจค้นวัดเทพศิรินทร์ ทำให้มีสื่อมวลชนไปเฝ้ารอรายงานข่าว แต่ก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ จากฝั่งตำรวจ ต่อมาในช่วงเที่ยง คุณอำนวย ศรีตระกูลชัย ลูกศิษย์วัดเทพศิรินทร์ จึงได้พาสื่อมวลชนหลายสำนักเข้าไปสำรวจโรงเรียนพระปริยัติธรรม ที่สร้างตั้งแต่ปี 56-57 โดยแบ่งเป็น 2 อาคาร เพื่อยืนยันว่ามีการเรียนการสอนอยู่จริง เพียงแต่ช่วงนี้เพิ่งสอบเสร็จ อยู่ในช่วงปิดเทอม จึงไม่มีนักเรียนมาเรียน ส่วนข่าวที่ว่ามีการโอนเงินจากสำนักพุทธฯ ให้วัดเทพศิรินทร์ จำนวน 10 ล้านบาท เพื่อจัดการเรียนการสอนพระปริยัติธรรมนั้น ลูกศิษย์รายนี้ไม่ยอมตอบคำถาม บอกเพียงว่าผู้ดูแลเงินส่วนนี้คือ พระเทพโมลี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทร์ ซึ่งขณะนี้ท่านไม่อยู่ที่วัด เพราะเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจที่ประเทศอังกฤษ

คดีเงินทอนวัด ซึ่งลุกลามไปถึงอดีตพระเถระผู้ใหญ่ ซึ่งมีพฤติการณ์ทุจริตเงินวัดและฟอกเงินนั้น ล่าสุดมีความพยายามชี้แจงเรื่องนี้จากฝ่ายสนับสนุนพระเถระผู้ใหญ่ ในนามกลุ่มพิทักษ์พระพุทธศาสนา ทำเป็นกราฟฟิกให้เข้าใจได้ว่า คดีเงินทอนวัดนั้น คนผิดคือ "เจ้าหน้าที่สำนักพุทธฯ" ส่วนพระและวัดเป็นเพียง "เหยื่อ"

เปิด 3 รูปแบบทุจริตเงินวัด "พระไม่ใช่เหยื่อ"ล่าสุด "คณะทำงานพิเศษ" ที่รับผิดชอบปฏิบัติการดงขมิ้นใสสะอาด ได้ส่งข้อมูลให้ "ล่าความจริง" ว่า ความผิดเกี่ยวกับเงินอุดหนุนวัดมี 3 รูปแบบใหญ่ๆ โดยเรื่อง "เงินทอน" เป็นเพียงหนึ่งในพฤติการณ์ความผิดเท่านั้น


รูปแบบแรก ที่รู้จักกันดี คือ "เงินทอนวัด" วิธีการคือเจ้าหน้าที่สำนักพุทธฯ โอนเงินอุดหนุนไปให้วัด ซึ่งมี 3 ประเภท คืองบบูรณะปฏิสังขรณ์วัด งบศึกษาพระปริยัติธรรม และงบเผยแผ่พระพุทธศาสนา เมื่อโอนไปให้วัดแล้ว ทางวัดก็ทอนคืนให้เจ้าหน้าที่ พศ. รูปแบบนี้ เจ้าหน้าที่ พศ. จะเป็นผู้กระทำผิดหลัก ในฐานะตัวการ ส่วนพระมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน แต่บางส่วนกันไว้เป็นพยาน จึงไม่ได้หมายความว่า "พระไม่มีความผิด" งบก้อนที่ทุจริตกันมากในรูปแบบนี้ คืองบบูรณะปฏิสังขรณ์วัด


รูปแบบที่สอง คือในส่วนของงบอุดหนันการศึกษาพระปริยัติธรรม ทางวัดรู้ดีว่าไม่มีโรงเรียนเปิดสอน หรือมีโรงเรียน แต่จัดทำรายชื่อกับจำนวนนักเรียนเท็จเพื่อเบิกงบประมาณ รูปแบบนี้ พระที่รับผิดชอบ มีความผิดฐาน "ตัวการ"


รูปแบบที่สาม คือคดียักยอกทรัพย์ของวัดและฟอกเงิน รูปแบบนี้เกิดขึ้นเมื่อวัดได้เงินอุดหนุนประเภทต่างๆ มา แต่ไม่ได้นำไปใช้ตามวัตถุประสงค์กลับยักย้ายถ่ายโอนไปเข้ากระเป๋าตัวเอง หรือผ่องถ่ายไปให้ลูกศิษย์ สีกาคนสนิท รูปแบบนี้ ผู้กระทำผิดคือ "เจ้าอาวาส" และพระรูปอื่นที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเจ้าอาวาสมีสถานะเป็น "เจ้าพนักงาน" ตามกฎหมาย

นี่คือ 3 รูปแบบกว้างๆ ของคดีทุจริตเงินวัด ซึ่งไม่ได้มีแค่ "เงินทอน" ฉะนั้นพระและวัดที่ร่วมกระทำความผิด จึงไม่ใช่ "เหยื่อ" เสมอไป แต่อาจเป็นตัวการเองเลยก็ได้ นี่คือประเด็นที่คณะทำงานชุดพิเศษ ปฏิบัติการดงขมิ้นใสสะอาด ฝากทำความเข้าใจกับสังคม

ข่าวล่าสุด