เนชั่นทีวี

ข่าว

"แถลงจับ" ผู้ต้องหาค้ายาหนีซ่อนในเมียนมาร์ ยึดทรัพย์ 20 ล้านบาท-ยึด"โซเดียมไซยาไนด์"

10 มิ.ย. 2561 | kanyarat

"แถลงจับ" ผู้ต้องหาค้ายาหนีซ่อนในเมียนมาร์ ยึดทรัพย์ 20 ล้านบาท-ยึด"โซเดียมไซยาไนด์"

ป.ป.ส. แถลงจับผู้ต้องหาเครือข่ายค้ายาหนีซ่อนตัวในเมียนมาร์ ยึดทรัพย์ 20 ล้านบาท -ยึด"โซเดียมไซยาไนด์"วัตถุอันตรายชนิดที่ 3 สามารถนำไปผลิตยาบ้าได้ร่วม 300 ล้านเม็ด ที่ลักลอบนำเข้าประเทศเมียนมาร์ อย่างผิดกฏหมาย

"แถลงจับ" ผู้ต้องหาค้ายาหนีซ่อนในเมียนมาร์ ยึดทรัพย์ 20 ล้านบาท-ยึด"โซเดียมไซยาไนด์"

ที่ศูนย์ปฏิบัติการ อาคาร 2 ชั้น 4 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส. ) เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 มิถุนายน นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบก.ปส.3 นายถาวร เนียมนำ ผอ.สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. และนายเดชา วิชัยดิษฐ์ ผอ.การสืบสวนปราบปราม3 กรมศุลกากร ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย แถลงผลการจับกุมบุคคลตามหมายจับคดียาเสพติดที่หลบหนีไปเข้าไปในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ และกรณีตรวจยึดโซเดียมไซยาไนด์ ที่ลักลอบนำเข้าประเทศเมียนมาร์ อย่างผิดกฏหมาย



"แถลงจับ" ผู้ต้องหาค้ายาหนีซ่อนในเมียนมาร์ ยึดทรัพย์ 20 ล้านบาท-ยึด"โซเดียมไซยาไนด์"





นายศิรินทร์ยา กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อเดือนพฤษภาคม 2561 สำนักงาน ป.ป.ส. ได้รับการประสานจากศุลกากรด่านเชียงแสนว่ามีการขออนุญาตส่งออกสารโซเดียมไซยาไนด์จากประเทศไทยไปยังย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์โดยจะลำเลียงผ่านแม่น้ำโขง แต่ด่านศุลกากรเชียงแสนไม่อนุญาตให้ส่งออก เนื่องจากตามข้อตกลงว่าด้วยการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง ห้ามนำโซเดียมไซยาไนด์ (Sodium Cyanide) ซึ่งเป็นวัตถุอันตราย ขนส่งทางแม่น้ำโขง บริษัทผู้ส่งออกจึงได้นำสารดังกล่าวเก็บไว้ที่โกดังในพื้นที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย



"แถลงจับ" ผู้ต้องหาค้ายาหนีซ่อนในเมียนมาร์ ยึดทรัพย์ 20 ล้านบาท-ยึด"โซเดียมไซยาไนด์"


นายศิรินทร์ยา กล่าวต่อว่า สำหรับโซเดียมไซยาไนด์ (Sodium Cyanide) เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ควบคุมโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม การผลิต การนำเข้า การส่งออก หรือการมีไว้ในครอบครองต้องได้รับใบอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม และตามคำสั่งตามคำสั่ง คสช. ที่ 32/2559 จัดเป็นสารในบัญชี 2 ลำดับที่ 6 ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ส. ได้ขอความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่งคงให้เฝ้าระวังการนำเข้า-ส่งออกสารดังกล่าว

"แถลงจับ" ผู้ต้องหาค้ายาหนีซ่อนในเมียนมาร์ ยึดทรัพย์ 20 ล้านบาท-ยึด"โซเดียมไซยาไนด์"

ต่อมาเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. มีการนำสารโซเดียมไซยาไนด์ จำนวน 300 ถัง รวมน้ำหนักประมาณ 15 ตัน มูลค่าประมาณ 1,500,000 บาท ส่งออกไป อ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมาร์ ซึ่งด่านศุลกากรแม่สายได้ทำการตรวจผ่านสินค้าดังกล่าวพบว่ามีใบอนุญาตนำเข้า-ส่งออกของกรมโรงงานอุตสาหกรรมถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ส. และด่านศุลกากรแม่สายได้ประสานให้หน่วยปราบปรามยาเสพติดของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ (CCDAC) ประจำจังหวัดท่าขี้เหล็ก ทำการตรวจสอบอีกครั้ง และพบว่าไม่มีใบอนุญาตนำเข้าไปในประเทศเมียมมาร์โดยถูกต้องตามกฎหมาย และเชื่อว่าเป็นการลักลอบเพื่อนำไปผลิตยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดโซเดียมไซยาไนด์ (Sodium Cyanide) ของกลางและรถบรรทุก พร้อมควบคุมตัวนายสวัสดิ์ แก้วดำ อายุ 41 ปีชาวเชียงราย ดำเนินคดีตามกฏหมายเมียนมาร์ ข้อหาเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย และไม่ขออนุญาตินำวัตถุอันตรายเข้าในประเทศ



"แถลงจับ" ผู้ต้องหาค้ายาหนีซ่อนในเมียนมาร์ ยึดทรัพย์ 20 ล้านบาท-ยึด"โซเดียมไซยาไนด์"





นายศิรินทร์ยา กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนนายสวัสดิ์ ทราบว่าตนได้รับการว่าจ้างให้นำสารโซเดียมไซยาไนด์ ของกลางไปส่งยังเหมืองทองคำในย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์ ซึ่งโซเดียมไซยาไนด์ที่ส่งไปจะนำไปใช้เป็นตัวแยกแร่ทองคำ อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบพบว่ามีการขอนำเข้ามาจากประเทศจีนเพื่อนำส่งไปยังย่างกุ้ง แต่กลับนำเข้าทางด้านอ.ท่าขี้เหล็ก ซึ่งไกลกว่า ทำให้พบข้อพิรุธว่าอาจจะนำไปใช้ผลิตสารตั้งต้นเฟลิน-2 - โพรพาโนน ( P2P ) ก่อนจะนำไปผลิตเป็นเมตแอมเฟตามีน เพื่อนำไปผลิตเป็นยาเสพติดซึ่งหากนำโซเดียมไซยาไนด์ จำนวน 15 ตัน ไปผลิตเป็นยาไอซ์จะได้จำนวน 9,500 กิโลกรัม และหากนำไปผลิตเป็นยาบ้าจะได้จำนวน 295 ล้านเม็ด ก็จะมีมูลค่ามหาศาล


"แถลงจับ" ผู้ต้องหาค้ายาหนีซ่อนในเมียนมาร์ ยึดทรัพย์ 20 ล้านบาท-ยึด"โซเดียมไซยาไนด์"




นายศิรินทร์ยา ยังกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ไทยและเมียนมาให้ความสำคัญกับการควบคุมเคมีภัณฑ์และสารตั้งต้น รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต โดยเห็นชอบที่จะร่วมกันสืบสวนปราบปรามสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ที่ลักลอบนำเข้าไปยังแหล่งผลิตยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำให้เพิ่มมากขึ้น โดยให้มีการประสานงานระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ระหว่างกันได้โดยตรง เพื่อสามารถดำเนินการได้อย่างทันท่วงที และได้แลกเปลี่ยนส่งมอบข้อมูลหมายจับผู้กระทำผิดเพื่อดำเนินการติดตามผู้ต้องหาระหว่างกัน

นายศิรินทร์ยา กล่าวอีกว่า โดยเมื่อวันที่ 31 พ.ค. ที่ผ่านมาหน่วยปราบปรามยาเสพติดของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ (CCDAC) ประจำจังหวัดท่าขี้เหล็ก จับกุมนายเจริญ เกียรติพรพานิช อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับศาลอาญาที่ 10/2560 ลงวันที่ 13 มกราคม 2560 ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( ไอซ์ )ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฏหมาย และร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( ไอซ์ )โดยผิดกฏหมาย ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือข่ายนายยุทธ จันแก้ว อายุ 60 ปี และพวกรวม 4 คน ที่ถูกสำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับ ดีเอสไอ จับกุมพร้อมของกลางไอซ์ 20 กิโลกรัม ยึดทรัพย์สินมูลค่า 10,000,000 บาท และขยายผลออกหมายจับข้อหาสมคบฯ รวม 3 คน คือ นายนรินทร์ จันทร์บำรุง อายุ 34 ปี นายนริศร วัชรีนันท์ อายุ 41 ปีและนายสาม ทองเงิน 34 ปี โดยสามารถติดตามจับกุมได้ทั้งสามราย ตรวจยึดอายัดทรัพย์สินมูลค่ารวม 35,000,000 บาท เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2557




จากการสอบสวนทราบว่านายเจริญ เป็นบุคคลในเครือข่ายทำหน้าที่เก็บรักษาและลักลอบ ส่งมอบยาเสพติดให้กับลูกค้า ได้หลบหนีไปอยู่ในพื้นที่จังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมาร์ จึงได้ประสานงานไปยังหน่วยปราบปรามยาเสพติดเมียนมา (CCDAC) จนสามารถติดตามจับกุมนายเจริญ ได้พร้อมของกลาง เงินสด (ธนบัตรรัฐบาลไทย) จำนวน 4.2 ล้านบาท เงินสด (ธนบัตรเมียนมา) จำนวน 8.445 ล้านจ๊าด หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 201,560 บาท ทองรูปพรรณ 25 บาท รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลพาร์ด จำนวน 1 คัน รวมมูลค่า 8 ล้านบาท ณ จังหวัดท่าขี้เหล็ก สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และ ป.ป.ส.



ได้ทำการตรวจค้นและยึดทรัพย์สินของนายเจริญ ที่อยู่ในประเทศไทยได้แก่ รถยนต์ 3 คัน รถจักรยานยนต์ 8 คัน โฉนดที่ดิน 2 แปลง ทองคำ เงินสด บัญชีธนาคาร กระเป๋าแบรนด์เนม และเครื่องประดับ รวมมูลค่าประมาณ 12,000,000 บาท มูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้ทั้งหมดรวม 20,000,000 บาท ทั้งนี้จะประสานทางการเมียนมาร์ส่งตัวนายเจริญ กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยต่อไป

ข่าวล่าสุด