สำหรับสถานการณ์ทะเลในโลกปัจจุบัน เป็นไปในทิศทางที่ไม่ดีนัก ปริมาณขยะทะเลยังคงมีจำนวนมากขึ้น และพบสัตว์ทะเลเสียชีวิตจากการกินขยะเข้าไป หรือได้รับบาดเจ็บจากขยะเหล่านี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ภาพข่าวที่ปรากฎกันอยู่บ่อยๆ ก็คงหนีไม่พ้น เต่าทะเลกินถุงพลาสติก เพราะเต่าทะเลเข้าใจผิดคิดว่า ถุงพลาสติกเป็นอาหาร จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่อเหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้ ส่งผลให้เกิดการตระหนักถึงปัญหา และร่วมกันหาทางออก
สำหรับสถานการณ์ทะเลในประเทศไทย เมื่อต้นปีที่แล้ว สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดงานเสวนาในเรื่อง"วิกฤตขยะบกสู่แพขยะในทะเล: จะแก้อย่างไร?" (3 มีนาคม 2560)
ซึ่ง ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้หยิบยกข้อมูลจากงานวิจัยชิ้นหนึ่ง ที่ระบุว่า ประเทศไทยติด 6 อันดับประเทศที่ทิ้งขยะพลาสติกลงทะเลมากที่สุดในโลก
อาจารย์ธรณ์ ชี้ว่า หากประเทศไทยยังไม่มีมาตรการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง ก็อาจมีความเสี่ยงที่ต่างชาติ เช่น สหภาพยุโรป (อียู) หยิบยกประเด็นขยะในทะเลเป็นเครื่องมือกีดกันทางการค้ากับประเทศไทย ซึ่งนั่นจะส่งผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวง
ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บอกถึงสถานการณ์ขยะทะเลในปัจจุบัน พบว่า 23 จังหวัดชายฝั่งทะเลมีปริมาณขยะมากถึง 10 ล้านตัน ในจำนวนนี้ มีประมาณ 5 ล้านตัน ไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง และมีโอกาสถูกชะพัดพาลงทะเลกลายเป็นขยะทะเล
ซึ่งชนิดของขยะทะเลในประเทศไทย ที่พบมากที่สุด ได้แก่ ถุงพลาสติก ร้อยละ 13 หลอดเครื่องดื่ม ร้อยละ 10 ฝาพลาสติก ร้อยละ 8 ฯลฯ
ปัจจุบัน ทางกระทรวงฯ ได้เริ่มแก้ปัญหาขยะมูลฝอยในทะเล โดยใช้หลัก 3R (Reduce Reuse Recycle) และสร้างวินัยในการลดและแยกขยะ การรณรงค์ไม่ทิ้ง ขยะลงแม่นํ้า ลำคลอง เข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายการลักลอบทิ้งขยะลงทะเลและจัดระเบียบการ จัดการขยะในพื้นที่ชายฝั่ง