เนชั่นทีวี

ข่าว

ดีเอสไอ "นำร่อง" กาฬสินธุ์เขตปลอดแชร์ลูกโซ่

08 มิ.ย. 2561 | kanyarat

ดีเอสไอ "นำร่อง" กาฬสินธุ์เขตปลอดแชร์ลูกโซ่

ดีเอสไอจับมือจังหวัดกาฬสินธุ์ ประกาศนำร่องกาฬสินธุ์เขตปลอดแชร์ลูกโซ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือภายในระยะเวลา 4 เดือน พร้อมลงนามบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนหรือแชร์ลูกโซ่ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ

ดีเอสไอ "นำร่อง" กาฬสินธุ์เขตปลอดแชร์ลูกโซ่

เมื่อเวลา10.30น.วันที่ 8 มิถุนายน2561ที่ห้องประชุมผาเสวย ศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์ กรมสอบสวนคดีพิเศษลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดย พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กับจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยนายเธียรชัย อัจฉริยพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ปฏิบัติราชการแทนนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนหรือแชร์ลูกโซ่ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ โดยจังหวัดกาฬสินธุ์จะเป็นจังหวัดนำร่องเขตปลอดแชร์ลูกโซ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ




ดีเอสไอ "นำร่อง" กาฬสินธุ์เขตปลอดแชร์ลูกโซ่



พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันพัฒนากลไก เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการกระทำความผิดที่มีลักษณะอาชญากรรมพิเศษแชร์ลูกโซ่ ซึ่งจะดำเนินการให้จังหวัดกาฬสินธุ์เป็นจังหวัดนำร่องเขตปลอดแชร์ลูกโซ่ระยะเวลา 4 เดือน โดยที่กรมสอบสวนคดีพิเศษและจังหวัดกาฬสินธุ์ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนหรือแชร์ลูกโซ่ ซึ่งมีการแพร่ระบาดเป็นจำนวนมากในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ




ดีเอสไอ "นำร่อง" กาฬสินธุ์เขตปลอดแชร์ลูกโซ่





โดยความร่วมมือครั้งนี้เป็นการบูรณาการทำงานอย่างเป็นระบบทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการ ซึ่งได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการร่วมในการป้องปรามธุรกิจการเงินนอกระบบ โดยใช้กลไกลคณะกรรมการป้องปรามธุรกิจการเงินนอกระบบและคณะอนุกรรมการป้องปรามธุรกิจการเงินนอกระบบในส่วนภูมิภาคระดับจังหวัด เพื่อดำเนินการเฝ้าระวัง สอดส่องดูแลไม่ให้เกิดการจัดเวทีหลอกลวงฉ้อโกงประชาชน และสร้างความรู้ความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับการลงทุนและผลตอบแทนที่ควรได้รับในการลงทุนปกติ โดยมีภาคเอกชนและภาคประชาชนเข้ามาเป็นเครือข่ายเฝ้าระวัง


ดีเอสไอ "นำร่อง" กาฬสินธุ์เขตปลอดแชร์ลูกโซ่


พันตำรวจเอก ไพสิฐกล่าวต่อว่า สำหรับแชร์ลูกโซ่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งมีรูปแบบการหลอกลวงให้เหยื่อสมัครเป็นสมาชิก เพื่อร่วมลงทุนในธุรกิจที่ไม่เน้นการจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการ แต่จะอ้างว่ามีผลตอบแทนสูง โดยใช้วิธีนำเงินของผู้สมัครรายหลังไปจ่ายค่าตอบแทนให้ผู้ที่สมัครรายแรก ๆ และจะหยุดการจ่ายค่าตอบแทนในเวลาต่อมา แล้วปิดกิจการ พร้อมนำเงินที่ได้จากสมาชิกหนีไป ทำให้เกิดความเสียหายลุกลามใหญ่โตในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 และหากเป็นเรื่องที่มีความเสียหายในวงกว้าง หรือกระทำผิดซับซ้อนก็จะเป็นคดีพิเศษที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ


พันตำรวจเอก ไพสิฐกล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญในการป้องกันและปราบปรามขบวนการแชร์ลูกโซ่ คือ การประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อแจ้งเตือนให้ประชาชนให้มีความรู้เท่าทันภัยดังกล่าว โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษได้พัฒนาแอพพลิเคชัน"แชร์ลูกโซ่"เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นของธุรกิจ ที่ตนเองจะไปลงทุนว่ามีสภาพเสี่ยงจะเป็นแชร์ลูกโซ่หรือไม่ โดยการดาวน์โหลดแอพพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือของตนเอง และตอบคำถามตามแนวคำถามก็จะได้ผลลัพธ์ คือ ระดับความเสี่ยงในการเป็นแชร์ลูกโซ่เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้




นอกจากนี้ ผู้เสียหายทั่วประเทศสามารถร้องทุกข์ ร้องเรียน ผ่าน 9 ช่องทางการสื่อสาร คือ (1)การติดต่อด้วยตนเองที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (2) การติดต่อผ่านเว็บไซต์ www.dsi.go.th(3) การยื่นหนังสือที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (4) ติดต่อผ่านสายด่วนหรือ Call Center 1202 (โทร.ฟรีทั่วประเทศ) (5) การติดต่อผ่าน Messenger Facebook ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (6) การติดต่อผ่านแอพพลิเคชัน DSI กรมสอบสวนคดีพิเศษ (7)การติดต่อผ่านตู้สีขาว รับเรื่องราวร้องทุกข์ (8)การติดต่อทางไปรษณีย์ และ (9) การติดต่อผ่านศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 4 (จังหวัดขอนแก่น)



ซึ่งรับผิดชอบในการป้องกัน ปราบปราม สืบสวน สอบสวนคดีพิเศษ เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 12 จังหวัด คือ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มุกดาหาร สกลนคร นครพนม อุดรธานี หนองบัวลำภู หนองคาย เลย และบึงกาฬ โดยมีสำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 177/49 ถนนมิตรภาพ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น40000โทร.0 4346 8688

ข่าวล่าสุด