ทั้งนี้ที่ผ่านมาทางจังหวัด อำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่เข้ามาให้ความรู้ในการคัดแยกขยะ โดยเฉพาะวิธีการป้องกันการปนเปื้อนของสารเคมีที่อยู่ในขยะอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งเข้ามาดูแลและตรวจสุขภาพเพื่อเฝ้าระวัง ซึ่งปัจจุบันเท่าที่ติดตามสถานการณ์พบว่าปัญหาด้านสุขภาพของประชาชนนั้นยังไม่พบว่ามีใครล้มป่วยจากการได้รับสารเคมีในการคัดแยกขยะ แต่เพื่อเป็นการป้องกันเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสุขภาพทุกปี และเฝ้าระวังการใช้ชีวิตอยู่กับขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะเด็ก แต่มีปัญหาในการคัดแยกขยะที่ไม่มีค่าแล้วนำไปกำจัดไม่ถูกวิธี บางรายลักลอบเผา รวมทั้งสถานที่เก็บขยะหรือบ่อขยะนั้นไม่เพียงพอต่อปริมาณขยะทะลักเข้ามาในแต่ละปีทางอำเภอจึงได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการรณรงค์ประชาชนสัมพันธ์ให้กับประชาชนที่คัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์เสร็จแล้วให้นำไปทิ้งไว้ที่บ่อขยะ ห้ามคัดแยกโดยการเผาอย่างเด็ดขาด โดยขยะจำพวกโฟม พลาสติกและสายไฟ เพื่อไม่ให้กระทบในด้านสิ่งแวดล้อม
นายประสูตร กล่าวอีกว่า ทั้งนี้เท่าที่ตรวจสอบขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ชาวบ้านนำมาคัดแยกชิ้นส่วนนั้น จะเป็นการรับซื้อของเก่ามาจากครัวเรือนจากทั่วสารทิศ ไม่ได้เป็นการนำมาจากการลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ เพราะการคัดแยกขยะในพื้นที่ ต.โคกสะอาด นั้นจะทำกันเป็นการสร้างอาชีพในครัวเรือน ไม่ได้ใหญ่โต และเป็นโรงงาน อีกทั้งสภาพหมู่บ้านก็ไม่ได้แออัดจึงยังไม่ส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมมากนัก
ด้านนายวิจิตร มูลเอก นายก อบต.โคกสะอาด กล่าวว่า ชาวบ้านใน ต.โคกสะอาด ประกอบอาชีพคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์มานานแล้ว และส่วนใหญ่ยึดเป็นอาชีพหลักเลี้ยงครอบครัว เพราะการไปรับซื้อขยะแล้วนำมาคัดแยกนั้นสามารถสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านได้เป็นอย่างดี จนมีการขยายและสืบทอดการคัดแยกขยะไปยังลูกหลาน แต่ปัจจุบันกลับประสบปัญหาการกำจัดขยะที่เหลือจากการนำไปขายไม่ถูกวิธี และมีความปลอดภัยในชีวิต โดยเฉพาะการกำจัดโฟม พลาสติก เหล็ก และเศษกระจก เพราะมีการลักลอบเผาและทำลายโดยไม่ถูกวิธี ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคตได้ เนื่องจากสถานที่ทิ้งขยะหรือบ่อขยะของ อบต.ที่มีเนื้อที่ประมาณ 23 ไร่นั้นไม่เพียงพอต่อปริมาณขยะที่ถูกนำเข้ามาจำนวนมากในแต่ปี ทำให้ปริมาณขยะล้นและเกรงว่าจะเกิดผลกระทบในอนาคต เพราะอาจจะค่อยๆได้รับสารพิษเข้าร่างกายเรื่อยๆสะสมจนล้มป่วยเป็นโรคต่างๆซึ่งเป็นการตายผ่อนส่ง
ที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่ ตลอดจนผู้บริหารระดับประเทศหลายกระทรวงลงพื้นที่เข้ามาตรวจสอบหลายครั้งแล้ว บางกระทรวงยังรับปากว่าจะจัดหาเตาเผาและดำเนินการปรับปรุงประสิทธิภาพบ่อขยะให้แต่ก็เงียบหายไป ไม่มีวี่แววที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้าน ทำให้ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์นี้หมักหมมมานานหลายสิบปี แต่ชาวบ้านก็ยังยึดอาชีพนี้ต่อไป เพราะไม่รู้ว่าจะไปทำอาชีพอะไร
ขณะที่นายต๋อง จันดาโชติ อายุ 35 ปี ชาวบ้านหนองบัว ต.โคกสะอาด ซึ่งยึดอาชีพคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ กล่าวว่า ครอบครัวยึดอาชีพนี้มานานหลายปีแล้ว โดยจะรับซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ แล้วมาแกะชิ้นส่วนส่งขาย ซึ่งทำให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น พอได้เลี้ยงครอบครัว ทั้งนี้ที่ผ่านการคัดแยกขยะเหล่านี้ตนและครอบครัวก็ได้สวมหน้ากากอนามัยและถุงมือเพื่อป้องกันสารปนเปื้อน และขณะนี้คนในครอบครัวก็ไม่ได้ล้มป่วยเป็นโรคอะไร ซึ่งยังคงยึดอาชีพนี้ต่อไป