จากข่าวดังกล่าว เมื่อตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการเสียภาษี "เงินรางวัล" ตามที่ "กูรู" อธิบายไว้ พบว่า ณ วันที่ไปรับรางวัล ต้องเสียภาษี 5% ของมูลค่าเงินรางวัล กรณีตามข่าวได้รับเงินรางวัลมูลค่า 10 ล้านบาท ก็ต้องเสียภาษีเป็นเงินจำนวน 500,000 บาท แต่ถ้าคนที่มอบรางวัลรับภาระภาษีส่วนนี้ไป ก็ไม่ต้องถูกหักเงินภาษีออกจากรางวัล ณ ที่จ่าย และส่วนใหญ่ผู้ที่มอบรางวัลให้จะไม่แบกรับภาระภาษีส่วนนี้ อย่างไรก็ตามตามข่าวกรณีนายสุชาติ ทางผู้จ่ายรางวัลน่าจะยอมแบกรับภาระภาษีส่วนนี้ไป โดยไม่มีการหักเงินภาษีไว้ นายสุชาติ จึงรับเงินรางวัลไปเต็มๆจำนวน 10 ล้านบาท
การเสียภาษีเงินรางวัล ยังไม่ได้จบเพียงแค่นี้ นั่นเป็นเพียงขั้นแรกเท่านั้น..... ต่อที่ 2 พอถึงครบรอบเสียภาษีประจำปี ต้องนำยอดเงินรางวัลจำนวน 10 ล้านบาท ไปเสียภาษียื่นใบ ภงด.90 ซึ่งเงินได้สุทธิตั้งแต่ 4,000,001 บาท ขึ้นไป เสียภาษีในอัตรา 35% ดังนั้นเงินรางวัล 10 ล้านบาทก็จะต้องเสียภาษี 3,500,000 บาท และเงินรางวัลที่ได้รับจากการชิงโชค ถือเป็นเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร หมวดรายได้อื่นๆ และไม่สามารถหักลดหย่อนได้ เช่น มีบุตร ประกันสังคม เงินบริจาค ก็ไม่สามารถนำมาหักลดหย่อนได้ นอกจากนี้ ยอดเงินรางวัล 10 ล้านบาท จะเอาไปเป็นฐานคำนวณ รวมกับเงินเดือนหรือรายได้อื่นที่ต้องเสียประจำปีด้วย ถ้ามีรายได้อื่นๆประจำปี เงินเดือน โบนัส ก็จะถูกรวมฐานเพิ่มเข้าไปอีก
ด้วยเหตุนี้นายสุชาติ ที่ต้องเสียภาษีมากกว่า 3,500,000 บาท ก็เพราะมีรายได้อื่นด้วย และเลี่ยงภาษีก็ไม่ได้ เพราะว่าคนจัดชิงโชคต้องนำส่งภาษีให้กับกรมสรรพากร ยังไงกรมสรรพากรก็ตรวจเจอ ยิ่งเงินเยอะขนาดนี้...