เนชั่นทีวี

ข่าว

"ทุกขลาภ" ? หลังได้รางวัลใหญ่ เจอเก็บภาษีย้อนหลังกว่า 3 ล้าน !!

05 มิ.ย. 2561 | teerawat_cha

"ทุกขลาภ" ? หลังได้รางวัลใหญ่ เจอเก็บภาษีย้อนหลังกว่า 3 ล้าน !!

พาไปดูการคิดคำนวณเก็บภาษีเงินรางวัลเป็นอย่างไร หลังทนายดังโพสต์กรณีหนุ่มผู้โชคดีได้รางวัลแมวทองคำ 10 ล้านบาท กลับต้องเสียภาษีกว่า 3 ล้านบาทขณะที่เงินใช้ไปหมดแล้ว

หลังจากเมื่อวานนี้ (4 มิ.ย.) ทนายเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสต์ภาพและข้อความ กรณีของนายสุชาติ ผู้โชคดีได้รับรางวัลจาก บ.โออิชิ เป็นแมวทองคำ มูลค่า 10,000,000 บาท เมื่อปี 2559 แต่ด้วยความไม่รู้ว่ารางวัลดังกล่าวถือเป็นรายได้อย่างหนึ่งซึ่งต้องเสียภาษี นายสุชาติจึงใช้เงินที่ได้มาทั้งหมดไปกับการจับจ่ายเพื่อครอบครัวและการลงทุน ในระยะเวลาจาก ปี 59-61 เงินทองจึงหมดไปกับทรัพย์สินบางอย่าง และต่อมาได้มีหนังสือจากกรมสรรพากร ให้นายสุชาติ ชำระภาษีรายได้บุคคลธรรมดา จำนวน 3,559,895 บาท ความไม่รู้ ไม่เตรียมใจ จึงไม่มีเงินพอชำระภาษีได้ จึงชำระไปเพียง 10,000 บาท และอาจต้องขอผ่อนชำระกับสรรพากรต่อไป

"ทุกขลาภ" ? หลังได้รางวัลใหญ่ เจอเก็บภาษีย้อนหลังกว่า 3 ล้าน !!

"ทุกขลาภ" ? หลังได้รางวัลใหญ่ เจอเก็บภาษีย้อนหลังกว่า 3 ล้าน !!

"ทุกขลาภ" ? หลังได้รางวัลใหญ่ เจอเก็บภาษีย้อนหลังกว่า 3 ล้าน !!

จากข่าวดังกล่าว เมื่อตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการเสียภาษี "เงินรางวัล" ตามที่ "กูรู" อธิบายไว้ พบว่า ณ วันที่ไปรับรางวัล ต้องเสียภาษี 5% ของมูลค่าเงินรางวัล กรณีตามข่าวได้รับเงินรางวัลมูลค่า 10 ล้านบาท ก็ต้องเสียภาษีเป็นเงินจำนวน 500,000 บาท แต่ถ้าคนที่มอบรางวัลรับภาระภาษีส่วนนี้ไป ก็ไม่ต้องถูกหักเงินภาษีออกจากรางวัล ณ ที่จ่าย และส่วนใหญ่ผู้ที่มอบรางวัลให้จะไม่แบกรับภาระภาษีส่วนนี้ อย่างไรก็ตามตามข่าวกรณีนายสุชาติ ทางผู้จ่ายรางวัลน่าจะยอมแบกรับภาระภาษีส่วนนี้ไป โดยไม่มีการหักเงินภาษีไว้ นายสุชาติ จึงรับเงินรางวัลไปเต็มๆจำนวน 10 ล้านบาท


การเสียภาษีเงินรางวัล ยังไม่ได้จบเพียงแค่นี้ นั่นเป็นเพียงขั้นแรกเท่านั้น..... ต่อที่ 2 พอถึงครบรอบเสียภาษีประจำปี ต้องนำยอดเงินรางวัลจำนวน 10 ล้านบาท ไปเสียภาษียื่นใบ ภงด.90 ซึ่งเงินได้สุทธิตั้งแต่ 4,000,001 บาท ขึ้นไป เสียภาษีในอัตรา 35% ดังนั้นเงินรางวัล 10 ล้านบาทก็จะต้องเสียภาษี 3,500,000 บาท และเงินรางวัลที่ได้รับจากการชิงโชค ถือเป็นเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร หมวดรายได้อื่นๆ และไม่สามารถหักลดหย่อนได้ เช่น มีบุตร ประกันสังคม เงินบริจาค ก็ไม่สามารถนำมาหักลดหย่อนได้ นอกจากนี้ ยอดเงินรางวัล 10 ล้านบาท จะเอาไปเป็นฐานคำนวณ รวมกับเงินเดือนหรือรายได้อื่นที่ต้องเสียประจำปีด้วย ถ้ามีรายได้อื่นๆประจำปี เงินเดือน โบนัส ก็จะถูกรวมฐานเพิ่มเข้าไปอีก


ด้วยเหตุนี้นายสุชาติ ที่ต้องเสียภาษีมากกว่า 3,500,000 บาท ก็เพราะมีรายได้อื่นด้วย และเลี่ยงภาษีก็ไม่ได้ เพราะว่าคนจัดชิงโชคต้องนำส่งภาษีให้กับกรมสรรพากร ยังไงกรมสรรพากรก็ตรวจเจอ ยิ่งเงินเยอะขนาดนี้...

ข่าวล่าสุด