ความเป็นไปได้เกี่ยวกับสถานะของอดีตพระพรหมเมธี มี 2 แนวทาง คือ
หนึ่ง อดีตพระพรหมเมธีถูกจับจริง และถูกปฏิเสธเข้าประเทศเยอรมนี ขณะนี้รอการส่งกลับ ถ้าเป็นข้อเท็จจริงนี้ ผบ.ตร.ก็จะรับกลับมา และส่งตัวให้กองปราบดำเนินคดีต่อได้เลยเหมือนอดีตพระผู้ใหญ่รูปอื่นๆ
หรือสอง อดีตพระพรหมเมธีไม่ได้ถูกปฏิเสธเข้าประเทศ แต่เมื่อไปถึงเยอรมนี ก็ยื่นเรื่องขอลี้ภัยทันที โดยอาจจะอ้างว่ากลัวถูกตามล่า หรือข้อห้างอื่นใดก็ตาม ขณะนี้ทางการเยอรมันกำลังตรวจสอบหลักฐาน และให้พำนักในที่ปลอดภัยบริเวณสนามบิน ซึ่งหากเป็นข้อเท็จจริงนี้ ผบ.ตร.ก็น่าจะยังรับตัวกลับมาดำเนินคดีไม่ได้ เพราะต้องรอผลการลี้ภัยก่อน
โดยปกติ การยื่นขอลี้ภัยกับรัฐบาลประเทศใดก็ตาม ตัวผู้ขอลี้ภัยไม่จำเป็นต้องไปถึงประเทศนั้นๆ แล้ว สามารถยื่นจากที่อื่นก็ได้ หรือเดินทางเข้าประเทศแบบถูกกฎหมายไปก่อน แล้วค่อยยื่นขอลี้ภัยก็ได้ ซึ่งตามข่าวบางกระแสล่าสุดอ้างว่า อดีตพระพรหมเมธียื่นขอลี้ภัยทันทีเมื่อไปถึงสนามบิน ประเด็นนี้ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่า เป็นไปได้จริงหรือไม่ เพราะการพิจารณาคำขอลี้ภัย โดยปกติใช้เวลาค่อนข้างนาน อย่างน้อยก็ 2 เดือน เหตุใดจึงไม่เดินทางเข้าประเทศไปก่อน
ความไม่ชัดเจนเรื่องสถานะของอดีตพระพรหมเมธี สอดคล้องกับท่าทีของผู้รับผิดชอบฝ่ายต่างๆ ที่ให้ข้อมูลเรื่องนี้ไม่ค่อยชัดเจน อย่างเมื่อวาน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ บอกได้เพียงว่า ทางการเยอรมันห้ามเจ้าหน้าที่ไทยเข้าพบอดีตพระพรหมเมธี และไม่ทราบเรื่องที่ ผบ.ตร.กำลังเดินทางไปรับตัวอดีตพระดังกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย
ขณะที่วันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คุณดอน ปรมัตว์วินัย บอกเพียงว่า ยังไม่มีอะไรเพิ่มเติมนอกจากข่าวที่ปรากฏตามสื่อ ส่วนกระแสข่าวเรื่องขอลี้ภัยนั้น ต้องสอบถามคณะของ ผบ.ตร.ที่เดินทางไปเยอรมนี ส่วนสถานทูตไทยในเยอรมนี ยังไม่แจ้งมาที่กระทรวงการต่างประเทศ
ด้าน "นายกฯลุงตู่" พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็บอกเพียงว่า "ยังไม่ได้รับรายงาน"