ที่เกิดเหตุพบนางทิพย์พา กอบประเสริฐกุล อายุ 82 ปี เจ้าของบ้าน ยืนรอให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่และนางทิพพา ได้พาเจ้าหน้าที่ไปชี้ กรงนกแก้วที่เลี้ยงไว้ก่อนหายออกไป ซึ่งจากการตรวจสอบบริเวณกรงพบว่ามีช่องโหว่ขนาดใหญ่มีลักษณะม้วนขึ้นม้วนลง และมีผลไม้อยู่ภายในกรง ซึ่งนกแก้วที่หายไปเป็นนกแก้วลำตัวสีเขียวล้วน ไม่ทราบสายพันธุ์ มีชื่อว่า ชาเขียว ชนาดตัวใหญ่กว่านกเขาทั่วไป โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้บันทึกภาพสถานที่เกิดเหตุเอาไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบถามนางทิพพา ได้เล่าว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนได้เดินออกมาเล่นกับนกแก้ว หลังจากนั้นจึงได้ขึ้นไปนอนพักผ่อน จนกระทั่งช่วงบ่ายที่ผ่านมา ตนได้ตื่นนอนและจะเดินไปเล่นกับนกแก้วดังกล่าว โดยเดินไปเรียกนกไป แต่ก็ต้องพบกับความผิดปกติ เนื่องจากไม่ได้ยินเสียงของนกแก้วที่เคยร้องอยู่เป็นประจำ อีกทั้งนกแก้วตัวนี้มีความฉลาดและแสนรู้สามารถพูด ตอบโต้กับคนได้ ตนจึงรีบเดินมาดูที่กรงก็พบว่านกแก้วของตนที่เลี้ยงไว้หายออกไป จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เดินทางมาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิฐานว่านกแก้วตัวนี้อาจจะใช้ปากที่ทีความแข็งแรงกัดลูกกรงมาเป็นเวลานานก่อนกัดลูกกรงจนขาดแล้วบินรอดผ่านช่องลูกกรงที่มีอยู่บินออกไปเอง แต่ถึงอย่างไรก็จะเร่งทำการสอบสวนเพื่อสรุปหาสาเหตุที่แท้จริงของการหายไปของนกแก้วตัวนี้ต่อไป