เนชั่นทีวี

ข่าว

แบงก์ชาติแนะผู้ประกอบการ "ปรับตัว" รับเทคโนโลยี

04 มิ.ย. 2561 | kanyarat

แบงก์ชาติแนะผู้ประกอบการ "ปรับตัว" รับเทคโนโลยี

ผู้ว่าแบงก์ชาติ ชี้ศักยภาพและความท้าทายเศรษฐกิจในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยน คาดเศรษฐกิจโลกขยายตัวร้อยละ 3.9 จากอุตสาหกรรมหลัก ระบุไทยฟื้นตัวได้จากการส่งออกและภาคบริการ จับตาการนำเข้าสินค้าเครื่องจักรขยายตัวร้อยละ7 เป็นสัญญาณการลงทุนในประเทศขยายตัว แนะผู้ประกอบการในประเทศต้องปรับตัวรับเทคโนโลยี ที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อลดต้นทุนการผลิต

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 4 มิถุนายน ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติเอ็มเพรส โรงแรมดิเอ็มเพรส เชียงใหม่ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ จัดสัมมนาวิชาการประจำปี 2561 โดยมี ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย มาปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ ศักยภาพและความท้าทายเศรษฐกิจไทยในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยน ว่า เศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี


แบงก์ชาติแนะผู้ประกอบการ "ปรับตัว" รับเทคโนโลยี






ซึ่งจะทำให้ในเศรษฐกิจในอนาคตต่างไปจากเดิมมาก สภาวะเศรษฐกิจโลกขยายตัวค่อนข้างดี กองทุนการเงินระหว่างประเทศ คาดว่าเศรษฐกิจโลก จะขยายตัวประมาณร้อยละ 3.9 ถือเป็นการขยายตัวค่อนข้างดี สาเหตุจากอุตสาหกรรมหลักในประเทศหลัก มีการขยายตัวที่ดี โดยเฉพาะที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีอัตราว่างงานอยู่ในอัตราต่ำอยู่ที่ร้อยละ 3.9 ต่ำที่สุดในรอบ 17 ปี การฟื้นตัวของสหรัฐอเมริกา เกิดจากการจ้างงานที่สูงขึ้น ทำให้รายได้ครัวเรือนสูงขึ้นตามมาด้วย เกิดการบริโภคในประเทศเพิ่มขึ้น ทำให้เศรษฐกิจในภาพรวมขยายตัว




แบงก์ชาติแนะผู้ประกอบการ "ปรับตัว" รับเทคโนโลยี


ทั้งนี้ เศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องทำให้เริ่มเห็นสัญญาณเงินเฟ้อ ผนวกกันนโยบายการคลังของสหรัฐอเมริกา มีแนวโน้มกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น ทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาจะยังไม่มีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงนี้ เนื่องจากมีแรงกดดันจากเงินเฟ้อ ทำให้จะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วขึ้น ทำให้ค่าเงินดอลล่าร์ มีความผันผวนสูง การปรับดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐอเมริกา อาจจะส่งผลกระทบมาถึงประเทศที่เป็นประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของบางประเทศ

สำหรับเศรษฐกิจหลักของโลกอีกลุ่มที่มีแนวโน้มการขยายตัวค่อนข้างดีคือ เศรษฐกิจยุโรปและญี่ปุ่น เนื่องจากมีกระตุ้นนโยบายการเงินทีการอักฉีดเงินเข้าไปในระบบค่อนข้างมาก อัตราว่างงานของเยอรมันอยู่ในระดับที่ต่ำสุดในรอบ 37 ปี แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่ดีมาก ทำให้ประเทศไทยสามารถส่งออกเข้าไปในยุโรปได้มากขึ้น ส่วนที่ญี่ปุ่นก็มีอัตราการจ้างงานสูงมาก เศรษฐกิจจีนมีการขยายตัวที่ดี ตามการส่งออกและบริโภคในประเทศที่ดี ถึงแม้ว่าจะมีการชะลอตัวการส่งออกจากการปรับโครงสร้างภายในประเทศ ในภาพรวมเศรษฐกิจโลกนับจากนี้ไปอีกประมาณ 1 ปี ยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง


ปัจจัยเสี่ยงที่จับตา คือการกีดกันทางการค้าของสหรัฐอเมริกา ที่ประเทศคู่ค้าอาจจะออกมาตรการตอบโต้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม นอกจากนั้นยังมีปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์โลก หลายภูมิภาคยังมีความเสี่ยง ทั้งเกาหลีใต้ ตะวันออกกลาง รัสเซีย ซึ่งมีความเปราะบางระหว่างภูมิภาค และความเสี่ยงตลาดการเงินโลก ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน มีความเสี่ยงในการลงทุนสูง ธนาคารกลางเริ่มกลับไปใช้อัตราดอกเบี้ยปกติ อาจจะทำให้ประเทศที่เคยกู้เงินไปขาดสภาพคล่องไม่สามารถชำระเงินกู้ได้



ส่วนปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัวที่ดีขึ้น คือเรื่องส่งออกสินค้าและบริการที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เริ่มเห็นสัญญาณการลงทุนในประเทศ การลงทุนภาครัฐเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจสามารถเดินได้ การส่งอกสินค้ามีแนวโน้มการขยายตัวที่ดี มีการกระจายไปในหลายสินค้า ในภาคเกษตร เกษตรกรแปรรูป อิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ สินค้าอุตสาหกรรม โดยกระจายตัวที่ดีในตลาดส่งออก

ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2561 มูลค่าการส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 นอกจากนั้นการนำเข้ายังมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ16 เป็นการนำเข้าสินค้าทุน เช่นเครื่องจักร อุปกรณ์การผลิต การลงทุน ที่ขยายตัวร้อยละ 7 เป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงการลงทุนในประเทศที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น สิ่งที่จับตามองคือมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐอเมริกา รวมทั้งการตอบโต้ของประเทศคู่ค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบในภาพรวมของเศรษฐกิจโลก



ในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงนี้จะเห็นได้ว่ามีแนวโน้มดีขึ้น มีการกระจายตัวอย่างเห็นได้ชัดเจน ปัจจัยที่มีส่วนทำให้เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวคือ การส่งออกเริ่มมีการขยายตัว โดยเฉพาะสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป สินค้าอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนรถยนต์ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนการฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศ การลงทุนในประเทศมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากราคาสินค้าเกษตรที่เริ่มทยอยปรับตัวดีขึ้น เช่นข้ามหอมมะลิ มันสำปะหลัง ข้าวโพด ราคามีการปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น ปริมาณผลผลิตทางการเกษตรออกมาค่อนข้างดี ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น โดยการฟื้นตัวด้านเศรษฐกิจจะเริ่มค่อยๆ ฟื้นตัวดีขึ้น



แบงก์ชาติแนะผู้ประกอบการ "ปรับตัว" รับเทคโนโลยี



การส่งออกที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องได้ส่งผลให้เกิดการลงทุน ทำให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจในประเทศเริ่มฟื้นตัวแบบกระจายตัวมากขึ้น การนำเข้าสินค้าทุนมีเพิ่มขึ้นชี้ให้เห็นถึงการลงทุนในภาคเอกชนเริ่มมีการขยายตัว โดยมีการขอรับการสนับสนุนการลงทุนจาก BOI กว่า 6 แสนล้านบาท ชี้ให้เห็นถึงผู้ประกอบการมีความมั่นใจในการลงทุนเพิ่มมากขึ้น เป็นปัจจัยสะท้อนให้เห็นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งปัจจัยเสี่ยงอาจจะสูงขึ้นด้วยเช่นกัน ปัจจัยเสี่ยงที่น่าจับตาคือการกีดกันทางการค้าของต่างประเทศ โดยเฉพาะนโยบายการค้าของสหรัฐอเมริกา ที่มีลักษณะกีดกันทางการค้ามากขึ้น ซึ่งมีความเป็นได้สูงว่าประเทศที่ได้รับผลกระทบจะออกมาตรการออกมาตอบโต้ การกีดกันทางการค้าของสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบในภาพรวมของเศรษฐกิจทั้งโลก ไม่เฉพาะประเทศที่เป็นคู่กรณี ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบมาถึงบรรยากาศการลงทุนได้ เป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด



ทั้งนี้ เสถียรภาพด้านการเงินของประเทศไทย พึ่งพาการเงินจากต่างประเทศน้อย แต่พึ่งพาการเงินในประเทศเป็นหลัก มีการขยายตัวของสินเชื่อร้อยละ 5 เงินสำรองของระบบธนาคารพาณิชย์ มีค่อนข้างสูงถึง ร้อยละ 175 ของเงินสำรองตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศ เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ร้อยละ 18 ซึ่งอยู่ในอันดับต้นๆของอาเซียน ไทยจึงยังมีเสถียรภาพด้านการเงินอยู่ในเกณฑ์ที่ดีปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ความสามารถในการแข่งขันในธุรกิจเอสเอ็มอี ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจและวิถีชีวิตในปัจจุบัน



สิ่งที่สำคัญมากสำหรับผู้ประกอบการทุกคนคือ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เนื่องจากในอนาคตเทคโนโลยีจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รูปแบบการทำธุรกิจจะมีการเปลี่ยนแปลงไป จะนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีจะทำให้เกิดโอกาสใหม่และทำให้ต้นทุนถูกลง จึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ สังเกตได้จากปัจจุบันภาคการเงินได้นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้อย่างแพร่หลาย สามารถลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ โดยการใช้แอพพลิเคชั่น ในการจัดการธุรกรรมทางการเงิน




ในส่วนของภาคเหนือเองนั้น ปัจจัยที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ คือสินค้าเกษตรบางประเภท ยังคงรักษาราคาไว้ได้ดี ทำให้เกษตรกรมีรายได้จากกการจำหน่าย นอกจากนั้นในเรื่องของการท่องเที่ยว เป็นปัจจัยสำคัญที่มีศักยภาพดี มีแนวโน้มการขยายตัวแบบกระจายตัวที่ดี มีนักท่องเที่ยวหลากหลายเดินทางเข้ามาในพื้นที่

ข่าวล่าสุด